Site icon Raise Genius School สอนสร้างหุ่นยนต์&GameMaker สำหรับเด็ก 7 ขวบถึง ม.6

ค่ายหุ่นยนต์นอกสถานที่ หรือจัดค่ายในโรงเรียน แบบไหนเหมาะกว่า เทียบ 5 เกณฑ์

ทีมงาน Raise Genius School อบรม STEM Robotics ในโรงเรียนนานาชาติ ตัวอย่างค่ายหุ่นยนต์นอกสถานที่หรือจัดในโรงเรียน

ถ้าเป้าหมายคือให้นักเรียนทั้งระดับชั้นได้ลงมือต่อและเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์จริง ค่ายที่จัดในโรงเรียนมักคุ้มกว่าค่ายหุ่นยนต์นอกสถานที่ เพราะไม่เสียเวลาเดินทาง ไม่ต้องทำเรื่องพานักเรียนออกนอกสถานศึกษา และรับนักเรียนได้ตั้งแต่ 30 ถึง 1,000 คนในค่ายเดียวกัน ส่วนค่ายนอกสถานที่เหมาะเมื่อโรงเรียนต้องการบรรยากาศหรือพื้นที่ที่ตัวเองไม่มี เช่น ค้างคืน หรือรวมนักเรียนหลายโรงเรียน Raise Genius School สอนหุ่นยนต์และ Coding ให้เด็ก 6-18 ปีมา 15 ปี บ่มเพาะโดยโครงการ UBI มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และจัดค่ายแบบเข้าไปที่โรงเรียนตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6 โดยใช้ห้องประชุม ห้องคอมพิวเตอร์ หรือหอประชุมที่โรงเรียนมีอยู่แล้ว และ จัดค่ายนอกสถานที่มาอย่างต่อเนื่อง

ครูผู้ประสานงานมักถามเราสองแบบ แบบแรกคือ “พาเด็กไปค่ายข้างนอกดีกว่าไหมคะ เด็กจะได้ตื่นเต้น” แบบที่สองคือ “ให้ทีมมาจัดที่โรงเรียนเลยได้ไหม จะได้ไม่ต้องหารถ” สองแบบนี้ไม่มีข้อไหนถูกเสมอไป ขึ้นอยู่กับว่าโรงเรียนอยากได้อะไรจากค่ายวันนั้น บทความนี้เลยเทียบให้ดูเป็นเกณฑ์ที่เอาไปตัดสินใจได้จริง

 

ค่ายหุ่นยนต์นอกสถานที่ กับค่ายที่จัดในโรงเรียน ต่างกันตรงไหน

ลองดูภาพรวมก่อน แล้วค่อยลงรายละเอียดทีละเกณฑ์

 

เรื่อง ค่ายนอกสถานที่ ค่ายที่จัดในโรงเรียน
จำนวนเด็กที่ได้เข้าร่วม ตามที่นั่งหรือโควตาที่ผู้จัดรับ มักได้เป็นตัวแทนห้อง (จำนวนผู้เข้าร่วมจำกัดกว่า) ทั้งระดับชั้นหรือทั้งโรงเรียนได้ ปรับตามจำนวนกลุ่ม
เวลาลงมือจริง ลดลงตามเวลาเดินทางและการรวมตัว เริ่มได้ตามตารางเรียนของโรงเรียน
ขั้นตอนของโรงเรียน ต้องทำเรื่องพานักเรียนออกนอกสถานศึกษา ขอความยินยอม จัดยานพาหนะและครูควบคุม นักเรียนอยู่ในโรงเรียน ยังต้องเสนอโครงการและเตรียมห้องตามปกติ
ค่าใช้จ่ายที่ต้องคิดเพิ่ม ค่าเดินทาง อาหาร ค่าที่พัก ฯลฯ ค่าครูควบคุม ซึ่งมักไม่อยู่ในราคาค่ายเสมอไป ค่ารถของเด็กเป็นศูนย์ แต่ต้องเตรียมห้องและอุปกรณ์เสริมบางอย่าง
บรรยากาศ ได้ออกไปเจอสถานที่ใหม่ เด็กตื่นเต้น คุ้นเคยห้อง คุ้นเคยครู เด็กที่ประหม่าเข้าร่วมง่ายกว่า
เหมาะกับ ค้างคืน ทัศนศึกษาสถานที่จริง กิจกรรมที่ต้องใช้พื้นที่เฉพาะ ให้เด็กทั้งระดับชั้นได้ลงมือพร้อมกัน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนประจำภาค

 

5 เกณฑ์เลือกระหว่างพาเด็กไปค่าย กับจัดค่ายที่โรงเรียน

เกณฑ์ชุดนี้ใช้ได้กับผู้จัดค่ายทุกราย ไม่ว่าจะเป็นเราหรือที่อื่น

 

1. เด็กกี่คนได้ลงมือจริง

ค่ายนอกสถานที่ส่วนใหญ่มีจำนวนที่นั่งจำกัดตามรถและสถานที่ โรงเรียนจึงมักได้ส่งเด็กเป็นตัวแทนหรือแค่บางระดับชั้น ส่วนค่ายที่จัดในโรงเรียนจัดเป็นทั้งระดับชั้นได้ ทีมของเรารับตั้งแต่ 30 ถึง 1,000 คนต่อค่าย และมีผู้ช่วยสอนประจำกลุ่มเพื่อให้เด็กทุกคนได้จับหุ่นยนต์ ไม่ใช่ยืนดูอยู่หลังกลุ่ม ถ้าเป้าหมายของโรงเรียนคือ “เด็กทุกคนได้ลอง” เกณฑ์ข้อนี้มักตัดสินไปแล้วครึ่งหนึ่ง

 

2. เวลาที่เหลือให้ลงมือทำจริง

ค่ายของเรากำหนดวันละประมาณ 6 ชั่วโมง โดยทั่วไปจัด 2-3 วันติดกัน และปรับตามตารางของโรงเรียนได้ ถ้าต้องเดินทางไปกลับ เวลาส่วนหนึ่งจะหายไปกับรถและการรวมตัว โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ต้องพักบ่อยกว่า ลองถามผู้จัดค่ายว่า “เวลาลงมือต่อหุ่นยนต์และแข่งขันจริงต่อวันกี่ชั่วโมง” ไม่ใช่แค่ “ค่ายกี่วัน”

 

3. ขั้นตอนและความรับผิดชอบของโรงเรียน

การพานักเรียนออกนอกสถานศึกษามีระเบียบกำกับ คือระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โรงเรียนที่จะพาเด็กไปค่ายข้างนอกต้องเดินตามขั้นตอนของระเบียบนี้ และต้องดูรายละเอียดจากฉบับล่าสุดหรือสอบถามต้นสังกัดเอง ส่วนค่ายที่จัดในโรงเรียน เด็กยังอยู่ในสถานศึกษาตามปกติ ขั้นตอนส่วนนี้จึงลดลง แต่ครูยังต้องเสนอโครงการตามขั้นตอนของโรงเรียนและเตรียมห้องให้พร้อม เรื่องการเตรียมสถานที่เราสรุปไว้แล้วในเตรียมสถานที่ ค่ายหุ่นยนต์ในโรงเรียน ต้องเช็ก 7 อย่างก่อนวันงาน ส่วนหัวข้อที่ต้องมีในเอกสารโครงการดูได้ที่โครงการค่ายหุ่นยนต์ เขียนยังไงให้ผ่าน

 

4. ค่าใช้จ่ายรวมจริง ไม่ใช่แค่ราคาค่าย

เวลาเทียบราคา ให้ถามผู้จัดค่ายว่ารวมอะไรบ้าง ค่ายนอกสถานที่ต้องบวกค่ารถ อาหาร และครูที่ไปควบคุมเด็ก ซึ่งมักอยู่นอกราคาค่าย ส่วนค่ายในโรงเรียนของเรา อุปกรณ์ทั้งหมดมากับทีม ทั้งหุ่นยนต์เลโก้ ชุดระบบอัตโนมัติ และอุปกรณ์กิจกรรมสันทนาการ โรงเรียนเตรียมแค่ห้องกับตัวเด็ก ภาพรวมการวางงบสำหรับโรงเรียนอ่านต่อได้ที่โรงเรียนอยากจัดค่ายหุ่นยนต์ STEM ต้องเตรียมตัวและงบประมาณยังไง

 

5. สิ่งที่โรงเรียนได้เก็บไว้หลังจบค่าย

ค่ายที่ดีควรมีหลักฐานให้ครูเอาไปใช้ต่อ เช่น หุ่นยนต์ที่ทำงานได้ทีมละอย่างน้อย 1 ตัว ภาพกิจกรรม และเกียรติบัตรของผู้เข้าร่วมทุกคน  ครูที่อยู่ดูกิจกรรมตลอดวันยังเห็นวิธีจัดกลุ่มและวิธีตั้งโจทย์ของวิศวกรผู้สอน เอาไปต่อยอดในชั่วโมงเรียนหรือชุมนุมของตัวเองได้

 

เมื่อไหร่ที่ค่ายหุ่นยนต์นอกสถานที่คือคำตอบที่ดีกว่า

เราไม่ได้บอกว่าจัดที่โรงเรียนดีกว่าเสมอ ค่ายหุ่นยนต์นอกสถานที่เหมาะเมื่อโรงเรียนต้องการค้างคืน ต้องการพาเด็กไปดูสถานที่จริง เช่น โรงงานหรือศูนย์วิทยาศาสตร์ หรือโรงเรียนไม่มีห้องในร่มที่จุเด็กได้เลย ค่ายแบบนี้เราไม่ได้จัดเป็นหลัก ถ้าโรงเรียนต้องการรูปแบบนี้ ให้เลือกผู้จัดที่ทำเรื่องนั้นโดยตรง และใช้ 5 เกณฑ์ข้างบนตรวจสอบเขาได้เหมือนกัน

 

แยกตามระดับชั้น: แบบไหนเหมาะกับเด็กช่วงวัยไหน

 

ป.1-ป.3

เด็กเล็กสมาธิสั้นกว่า และเหนื่อยกับการเดินทางง่าย ค่ายที่จัดในโรงเรียนจึงเหมาะกว่า เพราะพักและกลับห้องที่คุ้นเคยได้ ตัวอย่างที่เราเคยจัดคือค่ายหุ่นยนต์ STEM สำหรับเด็ก Year 1-3 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญหลักสูตรภาษาอังกฤษ แคมปัสพระราม 2

 

เด็กเล็กต่อหุ่นยนต์ในค่ายที่โรงเรียน ตัวอย่างค่ายหุ่นยนต์นอกสถานที่หรือจัดในโรงเรียนสำหรับ ป.1-ป.3

 

ป.4-ป.6

เด็กวัยนี้เริ่มทำงานเป็นทีมได้จริง ทั้งการแบ่งหน้าที่ประกอบ เขียนโปรแกรม และทดสอบ ค่ายในโรงเรียนช่วยให้ทั้งระดับชั้นได้ทำพร้อมกัน ส่วนค่ายนอกสถานที่ใช้ได้ถ้าเป็นการไปดูสถานที่จริงระยะสั้น และมีครูไปกับเด็กครบตามระเบียบ

 

ม.1-ม.3

เด็กมัธยมต้นรับโจทย์ที่ท้าทายขึ้นได้ เช่น ภารกิจหลายขั้นที่ต้องคิดวิธีแก้เอง เราเคยจัดค่ายมัธยมต้นในโรงเรียนอนุชนศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี และโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จังหวัดสระบุรี โดยทีมเข้าไปจัดในโรงเรียนทั้งสองแห่ง

 

ม.4-ม.6

เด็กมัธยมปลายเดินทางเองได้และมีความสนใจเฉพาะทางมากขึ้น ค่ายนอกสถานที่ที่เชื่อมกับมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานจริงจึงเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลกว่าช่วงวัยอื่น แต่ถ้าโรงเรียนอยากให้ทั้งระดับชั้นได้ลองก่อนแตกความสนใจ ค่ายในโรงเรียนก็ยังตอบโจทย์ได้

 

ค่ายหุ่นยนต์ของ Raise Genius School ตอบเกณฑ์เหล่านี้ยังไง

สรุปตามข้อมูลจริงของค่ายหุ่นยนต์และค่าย STEM สำหรับโรงเรียน ค่ายเปิดรับนักเรียน ป.1 ถึง ม.6 จำนวน 30 ถึง 1,000 คนต่อค่าย วันละประมาณ 6 ชั่วโมง โดยมากจัด 2-3 วัน ใช้ห้องประชุม ห้องคอมพิวเตอร์ หรือหอประชุมของโรงเรียน อุปกรณ์ทั้งหมดทีมเราเตรียมมาเอง มีผู้ช่วยสอนดูแลใกล้ชิด เด็กแต่ละทีมได้ประดิษฐ์หุ่นยนต์อย่างน้อย 1 ตัว และทุกคนได้เกียรติบัตร ทีมงานสอนเป็นวิศวกรที่จบปริญญาตรีและโทจาก มจธ. ถ้าโรงเรียนอยากดูรูปแบบทั้งหมดที่เรารับงาน เริ่มที่หน้าบริการสำหรับโรงเรียน หรืออ่านภาพรวมการเลือกผู้จัดที่คู่มือค่ายหุ่นยนต์และค่าย STEM สำหรับเด็กและโรงเรียน

 

คำถามที่ครูถามบ่อย

ค่ายหุ่นยนต์นอกสถานที่ต่างจากค่ายที่จัดในโรงเรียนยังไง

ต่างที่สถานที่และภาระของโรงเรียนเป็นหลัก ค่ายนอกสถานที่ต้องพาเด็กเดินทางและทำเรื่องออกนอกสถานศึกษา ส่วนค่ายที่จัดในโรงเรียนใช้ห้องของโรงเรียนเอง เด็กทั้งระดับชั้นเข้าร่วมพร้อมกันได้ และไม่เสียเวลาเดินทาง

โรงเรียนต้องขออนุญาตอะไรถ้าจะพานักเรียนไปค่ายนอกสถานที่

มีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา ที่โรงเรียนต้องปฏิบัติตาม ควรเปิดดูฉบับล่าสุดหรือสอบถามต้นสังกัดก่อนกำหนดวัน ส่วนค่ายที่จัดในโรงเรียน เด็กไม่ได้ออกนอกสถานศึกษา แต่ครูยังต้องเสนอโครงการตามขั้นตอนของโรงเรียน

Raise Genius School จัดค่ายหุ่นยนต์ให้โรงเรียนได้กี่คน กี่วัน

รับตั้งแต่ 20 ถึง 1,000 คนต่อค่าย วันละประมาณ 6 ชั่วโมง โดยมากจัด 3-5 วัน และปรับตามตารางของโรงเรียนได้ รับตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6

ค่ายหุ่นยนต์ที่จัดในโรงเรียนต้องใช้ห้องแบบไหน

ใช้พื้นที่ในร่มที่โรงเรียนมีอยู่แล้ว เช่น ห้องประชุม ห้องคอมพิวเตอร์ หรือหอประชุม อุปกรณ์ทั้งหมดทีมเราเตรียมมาให้ โรงเรียนเตรียมแค่ห้องและตัวนักเรียน

 

Exit mobile version