ถ้าเป้าหมายคือให้นักเรียนทั้งระดับชั้นได้ลงมือต่อและเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์จริง ค่ายที่จัดในโรงเรียนมักคุ้มกว่าค่ายหุ่นยนต์นอกสถานที่ เพราะไม่เสียเวลาเดินทาง ไม่ต้องทำเรื่องพานักเรียนออกนอกสถานศึกษา และรับนักเรียนได้ตั้งแต่ 30 ถึง 1,000 คนในค่ายเดียวกัน ส่วนค่ายนอกสถานที่เหมาะเมื่อโรงเรียนต้องการบรรยากาศหรือพื้นที่ที่ตัวเองไม่มี เช่น ค้างคืน หรือรวมนักเรียนหลายโรงเรียน Raise Genius School สอนหุ่นยนต์และ Coding ให้เด็ก 6-18 ปีมา 15 ปี บ่มเพาะโดยโครงการ UBI มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และจัดค่ายแบบเข้าไปที่โรงเรียนตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6 โดยใช้ห้องประชุม ห้องคอมพิวเตอร์ หรือหอประชุมที่โรงเรียนมีอยู่แล้ว และ จัดค่ายนอกสถานที่มาอย่างต่อเนื่อง
ครูผู้ประสานงานมักถามเราสองแบบ แบบแรกคือ “พาเด็กไปค่ายข้างนอกดีกว่าไหมคะ เด็กจะได้ตื่นเต้น” แบบที่สองคือ “ให้ทีมมาจัดที่โรงเรียนเลยได้ไหม จะได้ไม่ต้องหารถ” สองแบบนี้ไม่มีข้อไหนถูกเสมอไป ขึ้นอยู่กับว่าโรงเรียนอยากได้อะไรจากค่ายวันนั้น บทความนี้เลยเทียบให้ดูเป็นเกณฑ์ที่เอาไปตัดสินใจได้จริง
ค่ายหุ่นยนต์นอกสถานที่ กับค่ายที่จัดในโรงเรียน ต่างกันตรงไหน
ลองดูภาพรวมก่อน แล้วค่อยลงรายละเอียดทีละเกณฑ์
| เรื่อง | ค่ายนอกสถานที่ | ค่ายที่จัดในโรงเรียน |
|---|---|---|
| จำนวนเด็กที่ได้เข้าร่วม | ตามที่นั่งหรือโควตาที่ผู้จัดรับ มักได้เป็นตัวแทนห้อง (จำนวนผู้เข้าร่วมจำกัดกว่า) | ทั้งระดับชั้นหรือทั้งโรงเรียนได้ ปรับตามจำนวนกลุ่ม |
| เวลาลงมือจริง | ลดลงตามเวลาเดินทางและการรวมตัว | เริ่มได้ตามตารางเรียนของโรงเรียน |
| ขั้นตอนของโรงเรียน | ต้องทำเรื่องพานักเรียนออกนอกสถานศึกษา ขอความยินยอม จัดยานพาหนะและครูควบคุม | นักเรียนอยู่ในโรงเรียน ยังต้องเสนอโครงการและเตรียมห้องตามปกติ |
| ค่าใช้จ่ายที่ต้องคิดเพิ่ม | ค่าเดินทาง อาหาร ค่าที่พัก ฯลฯ ค่าครูควบคุม ซึ่งมักไม่อยู่ในราคาค่ายเสมอไป | ค่ารถของเด็กเป็นศูนย์ แต่ต้องเตรียมห้องและอุปกรณ์เสริมบางอย่าง |
| บรรยากาศ | ได้ออกไปเจอสถานที่ใหม่ เด็กตื่นเต้น | คุ้นเคยห้อง คุ้นเคยครู เด็กที่ประหม่าเข้าร่วมง่ายกว่า |
| เหมาะกับ | ค้างคืน ทัศนศึกษาสถานที่จริง กิจกรรมที่ต้องใช้พื้นที่เฉพาะ | ให้เด็กทั้งระดับชั้นได้ลงมือพร้อมกัน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนประจำภาค |
5 เกณฑ์เลือกระหว่างพาเด็กไปค่าย กับจัดค่ายที่โรงเรียน
เกณฑ์ชุดนี้ใช้ได้กับผู้จัดค่ายทุกราย ไม่ว่าจะเป็นเราหรือที่อื่น
1. เด็กกี่คนได้ลงมือจริง
ค่ายนอกสถานที่ส่วนใหญ่มีจำนวนที่นั่งจำกัดตามรถและสถานที่ โรงเรียนจึงมักได้ส่งเด็กเป็นตัวแทนหรือแค่บางระดับชั้น ส่วนค่ายที่จัดในโรงเรียนจัดเป็นทั้งระดับชั้นได้ ทีมของเรารับตั้งแต่ 30 ถึง 1,000 คนต่อค่าย และมีผู้ช่วยสอนประจำกลุ่มเพื่อให้เด็กทุกคนได้จับหุ่นยนต์ ไม่ใช่ยืนดูอยู่หลังกลุ่ม ถ้าเป้าหมายของโรงเรียนคือ “เด็กทุกคนได้ลอง” เกณฑ์ข้อนี้มักตัดสินไปแล้วครึ่งหนึ่ง
2. เวลาที่เหลือให้ลงมือทำจริง
ค่ายของเรากำหนดวันละประมาณ 6 ชั่วโมง โดยทั่วไปจัด 2-3 วันติดกัน และปรับตามตารางของโรงเรียนได้ ถ้าต้องเดินทางไปกลับ เวลาส่วนหนึ่งจะหายไปกับรถและการรวมตัว โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ต้องพักบ่อยกว่า ลองถามผู้จัดค่ายว่า “เวลาลงมือต่อหุ่นยนต์และแข่งขันจริงต่อวันกี่ชั่วโมง” ไม่ใช่แค่ “ค่ายกี่วัน”
3. ขั้นตอนและความรับผิดชอบของโรงเรียน
การพานักเรียนออกนอกสถานศึกษามีระเบียบกำกับ คือระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โรงเรียนที่จะพาเด็กไปค่ายข้างนอกต้องเดินตามขั้นตอนของระเบียบนี้ และต้องดูรายละเอียดจากฉบับล่าสุดหรือสอบถามต้นสังกัดเอง ส่วนค่ายที่จัดในโรงเรียน เด็กยังอยู่ในสถานศึกษาตามปกติ ขั้นตอนส่วนนี้จึงลดลง แต่ครูยังต้องเสนอโครงการตามขั้นตอนของโรงเรียนและเตรียมห้องให้พร้อม เรื่องการเตรียมสถานที่เราสรุปไว้แล้วในเตรียมสถานที่ ค่ายหุ่นยนต์ในโรงเรียน ต้องเช็ก 7 อย่างก่อนวันงาน ส่วนหัวข้อที่ต้องมีในเอกสารโครงการดูได้ที่โครงการค่ายหุ่นยนต์ เขียนยังไงให้ผ่าน
4. ค่าใช้จ่ายรวมจริง ไม่ใช่แค่ราคาค่าย
เวลาเทียบราคา ให้ถามผู้จัดค่ายว่ารวมอะไรบ้าง ค่ายนอกสถานที่ต้องบวกค่ารถ อาหาร และครูที่ไปควบคุมเด็ก ซึ่งมักอยู่นอกราคาค่าย ส่วนค่ายในโรงเรียนของเรา อุปกรณ์ทั้งหมดมากับทีม ทั้งหุ่นยนต์เลโก้ ชุดระบบอัตโนมัติ และอุปกรณ์กิจกรรมสันทนาการ โรงเรียนเตรียมแค่ห้องกับตัวเด็ก ภาพรวมการวางงบสำหรับโรงเรียนอ่านต่อได้ที่โรงเรียนอยากจัดค่ายหุ่นยนต์ STEM ต้องเตรียมตัวและงบประมาณยังไง
5. สิ่งที่โรงเรียนได้เก็บไว้หลังจบค่าย
ค่ายที่ดีควรมีหลักฐานให้ครูเอาไปใช้ต่อ เช่น หุ่นยนต์ที่ทำงานได้ทีมละอย่างน้อย 1 ตัว ภาพกิจกรรม และเกียรติบัตรของผู้เข้าร่วมทุกคน ครูที่อยู่ดูกิจกรรมตลอดวันยังเห็นวิธีจัดกลุ่มและวิธีตั้งโจทย์ของวิศวกรผู้สอน เอาไปต่อยอดในชั่วโมงเรียนหรือชุมนุมของตัวเองได้
เมื่อไหร่ที่ค่ายหุ่นยนต์นอกสถานที่คือคำตอบที่ดีกว่า
เราไม่ได้บอกว่าจัดที่โรงเรียนดีกว่าเสมอ ค่ายหุ่นยนต์นอกสถานที่เหมาะเมื่อโรงเรียนต้องการค้างคืน ต้องการพาเด็กไปดูสถานที่จริง เช่น โรงงานหรือศูนย์วิทยาศาสตร์ หรือโรงเรียนไม่มีห้องในร่มที่จุเด็กได้เลย ค่ายแบบนี้เราไม่ได้จัดเป็นหลัก ถ้าโรงเรียนต้องการรูปแบบนี้ ให้เลือกผู้จัดที่ทำเรื่องนั้นโดยตรง และใช้ 5 เกณฑ์ข้างบนตรวจสอบเขาได้เหมือนกัน
แยกตามระดับชั้น: แบบไหนเหมาะกับเด็กช่วงวัยไหน
ป.1-ป.3
เด็กเล็กสมาธิสั้นกว่า และเหนื่อยกับการเดินทางง่าย ค่ายที่จัดในโรงเรียนจึงเหมาะกว่า เพราะพักและกลับห้องที่คุ้นเคยได้ ตัวอย่างที่เราเคยจัดคือค่ายหุ่นยนต์ STEM สำหรับเด็ก Year 1-3 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญหลักสูตรภาษาอังกฤษ แคมปัสพระราม 2

ป.4-ป.6
เด็กวัยนี้เริ่มทำงานเป็นทีมได้จริง ทั้งการแบ่งหน้าที่ประกอบ เขียนโปรแกรม และทดสอบ ค่ายในโรงเรียนช่วยให้ทั้งระดับชั้นได้ทำพร้อมกัน ส่วนค่ายนอกสถานที่ใช้ได้ถ้าเป็นการไปดูสถานที่จริงระยะสั้น และมีครูไปกับเด็กครบตามระเบียบ
ม.1-ม.3
เด็กมัธยมต้นรับโจทย์ที่ท้าทายขึ้นได้ เช่น ภารกิจหลายขั้นที่ต้องคิดวิธีแก้เอง เราเคยจัดค่ายมัธยมต้นในโรงเรียนอนุชนศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี และโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จังหวัดสระบุรี โดยทีมเข้าไปจัดในโรงเรียนทั้งสองแห่ง
ม.4-ม.6
เด็กมัธยมปลายเดินทางเองได้และมีความสนใจเฉพาะทางมากขึ้น ค่ายนอกสถานที่ที่เชื่อมกับมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานจริงจึงเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลกว่าช่วงวัยอื่น แต่ถ้าโรงเรียนอยากให้ทั้งระดับชั้นได้ลองก่อนแตกความสนใจ ค่ายในโรงเรียนก็ยังตอบโจทย์ได้
ค่ายหุ่นยนต์ของ Raise Genius School ตอบเกณฑ์เหล่านี้ยังไง
สรุปตามข้อมูลจริงของค่ายหุ่นยนต์และค่าย STEM สำหรับโรงเรียน ค่ายเปิดรับนักเรียน ป.1 ถึง ม.6 จำนวน 30 ถึง 1,000 คนต่อค่าย วันละประมาณ 6 ชั่วโมง โดยมากจัด 2-3 วัน ใช้ห้องประชุม ห้องคอมพิวเตอร์ หรือหอประชุมของโรงเรียน อุปกรณ์ทั้งหมดทีมเราเตรียมมาเอง มีผู้ช่วยสอนดูแลใกล้ชิด เด็กแต่ละทีมได้ประดิษฐ์หุ่นยนต์อย่างน้อย 1 ตัว และทุกคนได้เกียรติบัตร ทีมงานสอนเป็นวิศวกรที่จบปริญญาตรีและโทจาก มจธ. ถ้าโรงเรียนอยากดูรูปแบบทั้งหมดที่เรารับงาน เริ่มที่หน้าบริการสำหรับโรงเรียน หรืออ่านภาพรวมการเลือกผู้จัดที่คู่มือค่ายหุ่นยนต์และค่าย STEM สำหรับเด็กและโรงเรียน
คำถามที่ครูถามบ่อย
ค่ายหุ่นยนต์นอกสถานที่ต่างจากค่ายที่จัดในโรงเรียนยังไง
ต่างที่สถานที่และภาระของโรงเรียนเป็นหลัก ค่ายนอกสถานที่ต้องพาเด็กเดินทางและทำเรื่องออกนอกสถานศึกษา ส่วนค่ายที่จัดในโรงเรียนใช้ห้องของโรงเรียนเอง เด็กทั้งระดับชั้นเข้าร่วมพร้อมกันได้ และไม่เสียเวลาเดินทาง
โรงเรียนต้องขออนุญาตอะไรถ้าจะพานักเรียนไปค่ายนอกสถานที่
มีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา ที่โรงเรียนต้องปฏิบัติตาม ควรเปิดดูฉบับล่าสุดหรือสอบถามต้นสังกัดก่อนกำหนดวัน ส่วนค่ายที่จัดในโรงเรียน เด็กไม่ได้ออกนอกสถานศึกษา แต่ครูยังต้องเสนอโครงการตามขั้นตอนของโรงเรียน
Raise Genius School จัดค่ายหุ่นยนต์ให้โรงเรียนได้กี่คน กี่วัน
รับตั้งแต่ 20 ถึง 1,000 คนต่อค่าย วันละประมาณ 6 ชั่วโมง โดยมากจัด 3-5 วัน และปรับตามตารางของโรงเรียนได้ รับตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6
ค่ายหุ่นยนต์ที่จัดในโรงเรียนต้องใช้ห้องแบบไหน
ใช้พื้นที่ในร่มที่โรงเรียนมีอยู่แล้ว เช่น ห้องประชุม ห้องคอมพิวเตอร์ หรือหอประชุม อุปกรณ์ทั้งหมดทีมเราเตรียมมาให้ โรงเรียนเตรียมแค่ห้องและตัวนักเรียน

