โครงการ ค่ายหุ่นยนต์ ที่ผ่านฝ่ายแผนได้ ไม่ได้อยู่ที่สำนวนสวยหรือความยาวของเอกสาร แต่อยู่ที่ตอบครบ 6 คำถาม คือ ทำอะไร ทำไมต้องทำ ทำแล้วได้อะไร ทำอย่างไร ใช้เงินเท่าไหร่ และวัดผลอย่างไร ถ้าหกข้อนี้ครบและสอดคล้องกันตั้งแต่ชื่อโครงการยันตัวชี้วัด เอกสารสามหน้าก็เพียงพอแล้ว ครูหนุ่มทำบทความนี้สรุปให้คุณครูผู้ประสานงานว่าแต่ละหัวข้อควรใส่อะไร พร้อมวัตถุประสงค์ ตารางกิจกรรม และตัวเลขจริงที่ยกไปปรับใช้ได้ทันที
สารบัญ
6 คำถามที่ฝ่ายแผนอ่านหาใน โครงการ ค่ายหุ่นยนต์
กองนโยบายและแผน มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สรุป หลักการเขียนโครงการแบบง่าย ๆ ไว้เป็น 6 คำถาม ซึ่งใช้ได้กับโครงการโรงเรียนแทบทุกประเภท ลองเอาร่างที่เขียนค้างไว้มาวางข้าง ๆ แล้วไล่ดูทีละข้อ
- ทำอะไร — ชื่อโครงการต้องบอกกิจกรรมหลักและกลุ่มเป้าหมายในบรรทัดเดียว
- ทำไมต้องทำ — หลักการและเหตุผล
- ทำแล้วได้อะไร — วัตถุประสงค์
- ทำอย่างไร — วิธีดำเนินการและตารางกิจกรรม
- ใช้เงินเท่าไหร่ — งบประมาณและรายการค่าใช้จ่าย
- วัดผลอย่างไร — ตัวชี้วัดและวิธีประเมิน
เอกสารชุดเดียวกันยังระบุปัญหาที่พบบ่อยไว้ตรง ๆ ด้วย ข้อที่เจอมากที่สุดคือ “Copy เนื้อหาจากโครงการเดิม” ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หลักการและเหตุผลไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ พอฝ่ายแผนอ่านแล้วรู้สึกว่าคนละเรื่องกัน ก็ตีกลับ ทำให้เสียเวลาทุกฝ่าย
หลักการและเหตุผล เขียนสามชั้นก็จบ
ชั้นแรกคือที่มา อ้างนโยบายหรือแผนปฏิบัติการของโรงเรียนได้เลย เช่น แผนพัฒนาผู้เรียนด้านทักษะศตวรรษที่ 21 หรือมติที่ประชุมฝ่ายวิชาการ ชั้นที่สองคือสภาพปัญหา ตรงนี้อย่าเขียนลอย ๆ ว่าเด็กขาดทักษะ ให้ระบุว่าเด็กกลุ่มไหน ชั้นไหน ขาดตรงจุดใด เช่น นักเรียน ป.4-ป.6 เรียนวิชาวิทยาการคำนวณครบตามหลักสูตร แต่ยังไม่เคยได้ลงมือกับอุปกรณ์จริงเลยสักครั้ง เพราะโรงเรียนไม่มีชุดหุ่นยนต์ของตัวเอง
ชั้นที่สามคือความจำเป็นเร่งด่วน ประโยคนี้แหละที่ตัดสินว่าโครงการจะได้งบหรือไม่ ให้ตอบว่า ถ้าไม่ทำปีนี้จะเกิดอะไรขึ้น เช่น รุ่นนี้จะจบ ป.6 ไปโดยไม่เคยจับหุ่นยนต์เลย ทั้งที่โรงเรียนต้องรายงานกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้าน STEM ทุกปี
วัตถุประสงค์ ไม่ต้องคิดใหม่ทั้งหมด
บนหน้า ค่ายหุ่นยนต์และค่าย STEM สำหรับโรงเรียน เราเขียนวัตถุประสงค์ของค่ายไว้ 5 ข้อ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ที่ใช้กับค่ายจริงมาตลอด คุณครูหยิบไปปรับถ้อยคำให้เข้ากับบริบทโรงเรียนได้เลย
- ปลูกฝังให้นักเรียนได้รับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ผ่านการแก้โจทย์ปัญหาแบบลงมือทำ
- จุดประกายแนวความคิดและจินตนาการในการแก้ปัญหา และส่งเสริมให้สนใจศึกษาค้นคว้าสิ่งใหม่
- ให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ แล้วนำมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาได้
- ให้นักเรียนทำงานเป็นกลุ่ม แลกเปลี่ยนความคิด วิเคราะห์ปัญหาได้
- ให้นักเรียนได้รับความสนุกสนาน และสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์
ข้อควรระวังคือ อย่ายกไปทั้ง 5 ข้อ คู่มือของกองนโยบายและแผนแนะนำให้เขียนวัตถุประสงค์เพียง 1-3 ข้อ เท่ากับจำนวนกิจกรรมหลัก
วิธีดำเนินการ ลอกตารางกิจกรรมจริงไปใช้ได้
หัวข้อนี้คนเขียนมักตกม้าตาย เพราะเขียนได้แค่ว่า “จัดค่ายหุ่นยนต์ 1 วัน” แล้วจบ ทั้งที่ฝ่ายแผนอยากเห็นว่าหกชั่วโมงนั้นเด็กทำอะไรบ้าง โครงสร้างกิจกรรมของค่ายเราแบ่งเป็น 7 ขั้น เรียงตามลำดับจริงในวันงาน
- แนะนำวิทยากร และจัดกลุ่มนักเรียนเป็นกลุ่มย่อย
- เรียนรู้พื้นฐานหุ่นยนต์ และประโยชน์ของหุ่นยนต์ในชีวิตจริง
- กิจกรรมสันทนาการ
- กิจกรรมเกมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
- กิจกรรมประดิษฐ์หุ่นยนต์
- กิจกรรมแข่งขันหุ่นยนต์ภายในค่าย
- ประกาศรางวัล รับของรางวัล และสรุปความรู้
ถ้าโรงเรียนจะจัดเป็นรูปแบบฐานหมุนเวียนสำหรับนักเรียนหลายร้อยคนแทนค่ายเต็มรูปแบบ ตัวเลขที่ใส่ในตารางได้เลยคือ แบ่งนักเรียนกลุ่มละประมาณ 30-70 คนต่อฐาน หมุนเวียนทุก 90-120 นาที ทำให้หนึ่งวันรองรับได้ 120-300 คน โดยทุกคนได้ลงมือจริงครบทุกฐาน รายละเอียดรูปแบบนี้อยู่ในหน้า ฐานกิจกรรม STEM สำหรับโรงเรียน
งบประมาณ กับสิ่งที่โรงเรียนต้องเตรียมเอง
ช่องงบประมาณเป็นช่องที่ครูมักเผื่อไว้เยอะเกินจำเป็น เพราะไม่แน่ใจว่าต้องซื้ออุปกรณ์เองหรือเปล่า คำตอบคือไม่ต้อง ทีมงานนำหุ่นยนต์ สนามภารกิจ และสื่อการสอนไปครบทุกฐาน โรงเรียนเตรียมเพียงสถานที่และครูพี่เลี้ยงประจำฐาน สิ่งที่ควรใส่ไว้ในช่องนี้จึงมีแค่ค่าวิทยากรตามใบเสนอราคา ค่าอาหารว่าง หรือ อื่นๆ (ถ้ามี)
- สถานที่ ใช้ของโรงเรียนได้เลย เช่น ห้องประชุมแบบปิด ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ หรือห้องกิจกรรมแบบปิด
- จำนวนนักเรียน รับได้ตั้งแต่ 30(ค่ายหุ่นยนต์) ถึง 1,000 คน(ฐานกิจกรรม) โดยมีทีมผู้ช่วยครูดูแลใกล้ชิด
- ระยะเวลา แบบเต็มวันคือวันละ 6 ชั่วโมง จะจัด 3 วัน อังคารถึงพฤหัส หรือยาว อังคารถึงศุกร์ก็ได้
เวลาเขียนช่องนี้ ให้ระบุตัวเลขนักเรียนที่จะเข้าร่วมแยกตามระดับชั้นไว้ด้วย เพราะเป็นตัวเลขเดียวกันกับที่ต้องใช้ตอนขอใบเสนอราคา และตอนเขียนรายงานสรุปหลังจบงาน เขียนครั้งเดียวใช้ได้สามรอบ
ตัวชี้วัด เขียนให้วัดได้จริงในวันงาน
ตัวชี้วัดใน โครงการ ค่ายหุ่นยนต์ ที่ดีต้องเก็บได้ภายในวันเดียวโดยไม่ต้องตามเก็บทีหลัง สามตัวที่ใช้ได้จริงคือ จำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมเทียบกับเป้าหมาย จำนวนชิ้นงานหุ่นยนต์ที่แต่ละกลุ่มย่อยประกอบเสร็จ ส่วนหลักฐานประกอบ ทีมงานจะส่งมอบภาพบรรยากาศให้โรงเรียนหลังจบงานอยู่แล้ว
คำถามที่ครูผู้เขียนโครงการถามบ่อย
ควรเสนอโครงการล่วงหน้ากี่เดือน
โครงการ ค่ายหุ่นยนต์ ควรเสนอตามรอบงบประมาณของแต่ละโรงเรียน แต่ในทางปฏิบัติ ควรได้ใบเสนอราคามาก่อนวันประชุมพิจารณาโครงการ เพราะช่องงบประมาณต้องใส่ตัวเลขจริง ขั้นตอนของเราเริ่มจากแจ้งจำนวนนักเรียน ระดับชั้น และวันที่ต้องการจัด แล้วทีมงานจะเสนอรูปแบบพร้อมใบเสนอราคาให้เหมาะกับงบ จากนั้นจึงยืนยันการจองและประสานรายละเอียดสถานที่
เขียนโครงการเดียว แต่จัดหลายระดับชั้นได้ไหม
ได้ และมักคุ้มกว่าด้วย ถ้านักเรียนเยอะเป็นพิเศษสามารถจัดแบบหลายวันต่อเนื่อง โดยทีมงานวางแผนตารางเวลาร่วมกับคุณครูผู้ประสานงานล่วงหน้า กิจกรรมรองรับตั้งแต่ระดับอนุบาล 2 ประถม ไปจนถึงมัธยมต้น เพียงแยกช่วงชั้นในตารางกิจกรรมให้ชัดว่ารอบเช้าเป็นชั้นไหน รอบบ่ายเป็นชั้นไหน
ถ้าปีนี้งบน้อย ควรตัดอะไรออกก่อน
อย่าตัดจำนวนนักเรียนเป็นอย่างแรก ให้ลดจำนวนวันหรือปรับรูปแบบจากค่ายเต็มวันเป็นฐานกิจกรรมหมุนเวียนแทน เพราะรูปแบบฐานรองรับเด็กได้มากกว่าในเวลาเท่ากัน แล้วค่อยเขียนไว้ในหัวข้อการต่อยอดว่าปีถัดไปจะขยายเป็นชุมนุมหุ่นยนต์หรือเปิดวิชาในคาบเรียน ดูบริการทั้งหมดได้ที่หน้า Service for School

