เด็กที่อยากสอบติดรอบพอร์ตคณะวิศวกรรม วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาย AI ควรรู้ไว้ก่อนว่า สิ่งที่ทำให้พอร์ตของนักเรียนโดดเด่นกว่าคนอื่นจริงๆ ไม่ใช่ใบประกาศเข้าค่าย 1-2 วัน แต่คือการได้ลงมือทำโปรเจกต์ AI เสริม Portfolioด้วยตัวเอง แม้จะเป็นโปรเจกต์เล็กๆ อย่างระบบรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติที่เชื่อมเซนเซอร์วัดความชื้น หรือบอทตอบคำถามง่ายๆ ด้วย Python ก็ตาม เพราะกรรมการรอบพอร์ตมักมองหาว่านักเรียนคิดกระบวนการแก้ปัญหาเป็นขั้นตอนได้แค่ไหน ไม่ใช่แค่ท่องทฤษฎีมาสอบ
ทำไมโปรเจกต์ AI หรือ IoT ถึงช่วยพอร์ตได้มากกว่าใบประกาศเข้าค่าย
ใบประกาศเข้าค่ายบอกได้แค่ว่า “เคยไปฟัง” แต่โปรเจกต์ที่ทำเองตั้งแต่ตั้งโจทย์ ออกแบบวงจร เขียนโค้ด ไปจนถึงแก้บั๊กตอนของไม่ทำงาน คือหลักฐานที่กรรมการเชื่อได้ว่าเด็กคนนี้แก้ปัญหาจริงเป็น ยิ่งถ้าโปรเจกต์นั้นเคยส่งประกวดหรือได้รางวัลจากเวทีที่มีคนรู้จัก เช่น FLL หรือ WRO ก็ยิ่งเป็นหลักฐานที่หนักแน่นกว่าคำบรรยายในเรียงความเยอะ
ยังไม่เคยทำโปรเจกต์มาก่อน ควรเริ่มจากตรงไหน
กรณียังไม่มีพื้นฐานเขียนโปรแกรมเลย
ถ้ายังไม่เคยเขียนโค้ดมาก่อนเลย แนะนำให้เริ่มจากคอร์สที่ปูพื้นฐาน Block Code หรือ Python ง่ายๆ ก่อน เช่นผ่านคอร์ส Minecraft Education หรือ Roblox Game Maker ให้คุ้นมือกับตรรกะการเขียนโปรแกรม ก่อนจะขยับไปทำโปรเจกต์ที่จับต้องได้จริงแบบ IoT
กรณีมีพื้นฐานแล้ว อยากลงมือทำโปรเจกต์จริง
ถ้าเขียนโปรแกรมพื้นฐานมาบ้างแล้ว ขั้นต่อไปคือหาคอร์สที่เน้นลงมือประดิษฐ์โครงงานจริงแบบมีอาจารย์ประกบให้คำแนะนำตอนของไม่ทำงาน เพราะช่วงติดปัญหานี่แหละที่ทำให้เด็กเรียนรู้เยอะที่สุด และเป็นเรื่องเล่าที่ใช้เขียนในพอร์ตได้ดีกว่าการเล่าว่าโปรเจกต์สำเร็จราบรื่นตลอด
คอร์สที่ Raise Genius School ช่วยสร้างโปรเจกต์จริงสำหรับพอร์ต
Course Raise IOTBot & AI เหมาะกับน้องอายุ 9-14 ปีที่มีพื้นฐานเขียนโปรแกรมมาบ้าง เรียนกลุ่มเล็ก ลงมือประดิษฐ์โครงงาน IoT และ AI ด้วยหุ่นยนต์ Lego Technic เขียนโปรแกรมด้วย Block Code หรือ Python จริง คอร์สมีทั้งหมด 14 ครั้ง เลือกรอบเรียนเสาร์-อาทิตย์ได้ทั้งช่วง 9:00, 13:00 และ 15:00 น. ค่าลงทะเบียน 9,900 บาท (มีโปรโมชันเป็นช่วงๆ สอบถามราคาล่าสุดทาง LINE ได้)
สำหรับน้องที่เขียนโปรแกรมมาแล้วระดับหนึ่งและอยากทำโปรเจกต์เกม/AI จำลองสถานการณ์ เรียนสร้างเกมส์ด้วย Unity3D ราคา 9,900 บาท เป็นอีกทางเลือกที่ทำให้ได้ผลงานที่จับต้องได้ ส่วนใครที่อยากฝึกทักษะนำเสนอผลงานควบคู่ไปด้วย (ซึ่งสำคัญมากตอนสัมภาษณ์รอบพอร์ต) Entrepreneurial Maker Course ราคา 15,900 บาท เน้นทั้งการประดิษฐ์โครงงานอัตโนมัติและฝึกพรีเซนต์ผลงานแบบมืออาชีพ
ตัวอย่างจริง: นักเรียนที่ใช้โปรเจกต์แบบนี้ยื่นพอร์ตสำเร็จ
น้องอัลฟา ศิษย์เก่าของโรงเรียน สอบติดคณะ ISE (วิศวกรรมนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วย ranking 5 พร้อมทุนการศึกษา 100% โดยใช้ผลงานโครงงานที่ทำระหว่างเรียนเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ต เช่นเดียวกับศิษย์เก่าอีกคนที่สอบติด FIBO สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มจธ. ด้วยรอบพอร์ตเช่นกัน อ่านเรื่องราวเต็มๆ ได้ที่ บทความถอดรหัสความสำเร็จนักเรียนรอบพอร์ต
อยากให้โปรเจกต์แข็งแรงขึ้นอีก ลองส่งประกวดเวทีระดับประเทศ
นอกจาก FLL/WRO แล้ว เวทีอย่างโครงการแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย (NSC) ที่จัดโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ก็เปิดรับสมัครนักเรียนมัธยมส่งโปรเจกต์ซอฟต์แวร์และ AI เข้าประกวดทุกปี เป็นอีกช่องทางที่ช่วยให้โปรเจกต์ที่ทำในคอร์สกลายเป็นผลงานระดับประเทศที่ใส่ในพอร์ตได้อย่างมั่นใจ
สรุป: เริ่มทำโปรเจกต์วันนี้ ดีกว่ารอให้พร้อม 100%
ไม่มีใครพร้อม 100% ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำโปรเจกต์ สิ่งสำคัญคือเริ่มลงมือก่อน แล้วค่อยๆ พัฒนาให้แข็งแรงขึ้นทีละคอร์ส การทำโปรเจกต์ AI เสริม Portfolioตั้งแต่ ม.ต้น หรือ ม.ปลายตอนต้น จะทำให้มีเวลาสะสมผลงานหลายชิ้นก่อนถึงรอบยื่นพอร์ตจริง ดีกว่ามารีบทำตอนใกล้สอบซึ่งมักได้แค่โปรเจกต์เดียวที่ทำไม่ทันเก็บรายละเอียด

