Site icon Raise Genius School สอนสร้างหุ่นยนต์&GameMaker สำหรับเด็ก 7 ขวบถึง ม.6

เรียนโค้ดดิ้งตัวต่อตัว หรือเรียนเป็นกลุ่ม แบบไหนดีกว่า เทียบข้อดีข้อเสียแยกตามวัย 7-18 ปี

เรียน online สอนสด กลุ่มย่อย

เรียนโค้ดดิ้งตัวต่อตัว หรือกลุ่ม ดีกว่ากัน — คำตอบสั้นคือไม่มีแบบไหนดีกว่าเสมอไป ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและนิสัยของลูกแต่ละคน เด็กที่ต้องการแก้จุดอ่อนเฉพาะเรื่องเหมาะกับตัวต่อตัว ส่วนเด็กที่ต้องการแรงกระตุ้นจากเพื่อนและฝึกนำเสนอผลงานเหมาะกับกลุ่มเล็ก Raise Genius School สอน Coding หุ่นยนต์ และ AI ให้เด็กอายุ 7-18 ปีมา 15 ปี ด้วยรูปแบบ “เรียนสดออนไลน์เป็นกลุ่มเล็ก” ไม่เกิน 6-8 คนต่อรอบ ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างตัวต่อตัวกับห้องเรียนใหญ่ บทความนี้วางเกณฑ์ตัดสินใจที่เป็นกลาง แยกคำแนะนำตามช่วงวัย และบอกตรง ๆ ว่ารูปแบบกลุ่มเล็กของเราตอบโจทย์อะไรได้บ้าง

ทำไมคำถามนี้ถึงตอบยากกว่าที่คิด

ผู้ปกครองหลายท่านที่โทรมาปรึกษาเราตั้งคำถามนี้เป็นคำถามแรกเสมอ แล้วก็มักผิดหวังเมื่อได้ยินคำตอบว่า “แล้วแต่ลูก” เพราะฟังดูเหมือนไม่ตอบอะไรเลย แต่ความจริงคือทั้งสองรูปแบบแก้ปัญหาคนละอย่าง ตัวต่อตัวแก้ปัญหาเรื่องความเร็วในการเรียนที่ไม่เท่ากัน ส่วนกลุ่มแก้ปัญหาเรื่องแรงจูงใจและการฝึกทำงานร่วมกับคนอื่น ถ้าลูกของคุณกำลังขาดอย่างไหน คำตอบก็จะเริ่มชัดขึ้น

อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือ ไม่มีสถาบันไหนสอนแค่ตัวต่อตัวล้วนหรือกลุ่มใหญ่ล้วนจริง ๆ ส่วนใหญ่อยู่ตรงกลางค่อนไปทางใดทางหนึ่ง สิ่งที่ควรถามจริง ๆ จึงไม่ใช่ “ตัวต่อตัวหรือกลุ่ม” แต่คือ “กลุ่มขนาดเท่าไหร่ถึงจะพอดีกับลูกเรา”

เกณฑ์ตัดสินใจ 5 ข้อ ก่อนเลือกตัวต่อตัว หรือกลุ่ม

เกณฑ์ชุดนี้ใช้ได้กับการเรียนเกือบทุกวิชา ไม่เฉพาะ Coding หรือหุ่นยนต์ และเขียนขึ้นแบบเป็นกลางที่สุดเท่าที่ทำได้

1. เป้าหมายของการเรียนคืออะไร

ถ้าเป้าหมายคือแก้จุดอ่อนเฉพาะเรื่อง เช่น ลูกตามเพื่อนไม่ทันเรื่องตัวแปรหรือเงื่อนไข ตัวต่อตัวจะตอบโจทย์เร็วกว่า เพราะครูหยุดอธิบายซ้ำได้โดยไม่มีใครรอ แต่ถ้าเป้าหมายคือฝึกคิดแก้ปัญหา ฝึกนำเสนอ และฝึกรับฟังไอเดียคนอื่น กลุ่มจะให้ผลที่ตัวต่อตัวให้ไม่ได้ ไม่ว่าครูจะเก่งแค่ไหน

2. งบประมาณต่อชั่วโมงที่รับได้

ตัวต่อตัวมีต้นทุนต่อชั่วโมงสูงกว่ากลุ่มค่อนข้างมาก เพราะครูหนึ่งคนดูแลนักเรียนคนเดียว ครอบครัวที่งบจำกัดแต่อยากให้ลูกเรียนต่อเนื่องเป็นปีซึ่งจะเห็นผลมากกว่า กลุ่มเล็กมักคุ้มค่ากว่าในระยะยาว โดยไม่ต้องแลกด้วยคุณภาพการดูแลมากนัก

3. ช่วงสมาธิของเด็กตามวัย

เด็กเล็กอายุ 6-9 ปี มักมีสมาธิจดจ่อกับครูคนเดียวได้ไม่นานเท่าเด็กโต การมีเพื่อนในกลุ่มช่วยให้คาบเรียนมีจังหวะพักสายตาตามธรรมชาติ ในขณะที่เด็กโตกว่าที่มีวินัยการเรียนแล้ว จะได้ประโยชน์จากตัวต่อตัวมากขึ้นเพราะไม่ต้องรอคิว

4. ขนาดกลุ่มที่ครูยังดูแลทั่วถึง

ตัวเลขที่ใช้ได้จริงในการเรียน Coding และหุ่นยนต์คือ ไม่ควรเกิน 4 คนต่อครูหนึ่งท่านต่อรอบ ถ้าเกินกว่านี้ ครูจะไม่สามารถเช็กหน้าจอหรือชิ้นงานของทุกคนได้ทันภายในคาบเดียว ไม่ว่าจะเรียนออนไลน์หรือเรียนที่สถาบัน ตัวเลขนี้สำคัญกว่าคำว่า “กลุ่ม” หรือ “ตัวต่อตัว” เสียอีก เพราะกลุ่ม 4 คนกับกลุ่ม 12 คนเรียกว่า “เรียนกลุ่ม” เหมือนกัน แต่คุณภาพต่างกันมาก

5. ความสม่ำเสมอที่ตารางครอบครัวรองรับได้

ตัวต่อตัวมักยืดหยุ่นเรื่องวันเวลานัดมากกว่า เหมาะกับครอบครัวที่ตารางไม่แน่นอน ส่วนกลุ่มจะมีตารางตายตัวแต่ช่วยสร้างวินัยได้ดีกว่า เพราะลูกรู้ว่าเพื่อนกำลังรออยู่ ครอบครัวที่กลัวลูกเรียนไม่ต่อเนื่องเพราะไม่มีแรงจูงใจ กลุ่มมักช่วยได้มากกว่า


เรียนสดออนไลน์เป็นกลุ่มเล็ก เด็กยังได้รับความใส่ใจใกล้ชิดจากครูและได้ฝึกนำเสนอผลงานให้เพื่อนดู

Raise Genius ตอบเกณฑ์ไหนได้บ้าง

พูดตรง ๆ ว่าเราไม่ได้เปิดคอร์สแบบตัวต่อตัว แต่เลือกออกแบบเป็น “เรียนสดออนไลน์กลุ่มเล็ก” แทน เพราะจากประสบการณ์สอนเด็ก 6-18 ปีมา 15 ปี เราพบว่ากลุ่มเล็กให้ผลลัพธ์ที่สมดุลที่สุดสำหรับเด็กส่วนใหญ่ course MinecraftEducation สำหรับเด็ก 6 ขวบขึ้นไปเรียนผ่าน Discord เสาร์-อาทิตย์ มีให้เลือกวันละหลายรอบ 12 ครั้งต่อคอร์ส ครั้งละ 2 ชั่วโมง ส่วน IOTBot & AI สำหรับเด็ก 9-14 ปีที่มีพื้นฐานมาบ้าง เรียนกลุ่มเล็กลงมือทำโครงงานจริง 14 ครั้งต่อคอร์ส และ Raise Maker Course (Arduino) สำหรับ ม.ปลาย จำกัดไม่เกิน 4 คนต่อครู 1 ท่านต่อรอบ เพราะเนื้อหาระดับนี้ต้องการความใส่ใจใกล้ชิดกว่าคอร์สเริ่มต้น

สิ่งที่เราตอบเกณฑ์ข้างต้นได้เต็มที่คือข้อ 2 และข้อ 4 เพราะกลุ่มเล็กทำให้ค่าเรียนต่อชั่วโมงถูกกว่าตัวต่อตัวมาก ในขณะที่ยังคุมจำนวนคนต่อครูไม่ให้เกิน 4 คน ส่วนข้อ 1 เรื่องเป้าหมายและข้อ 5 เรื่องตารางครอบครัว เป็นสิ่งที่ผู้ปกครองต้องพิจารณาเองว่าลูกต้องการอะไรมากกว่ากัน เราให้คำแนะนำได้แต่ตัดสินใจแทนไม่ได้

สัญญาณที่บอกว่าลูกเหมาะกับกลุ่มมากกว่าตัวต่อตัว

สัญญาณที่บอกว่าลูกเหมาะกับตัวต่อตัวมากกว่ากลุ่ม

คำถามที่อยากชวนผู้ปกครองลองคิดดูคือ ตอนนี้ลูกของคุณเรียนอะไรก็ตามได้ดีขึ้นเมื่อมีเพื่อนแข่งด้วย หรือเรียนได้ลึกขึ้นเมื่อมีครูจดจ่ออยู่กับเขาคนเดียว คำตอบของคำถามนี้มักสำคัญกว่าชื่อสถาบันที่จะเลือกเสียอีก

คำถามที่ผู้ปกครองถามบ่อย

เรียน coding ตัวต่อตัว หรือกลุ่ม ดีกว่ากันสำหรับเด็ก

ไม่มีแบบไหนดีกว่าเสมอไป ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย เด็กที่ต้องการแก้จุดอ่อนเฉพาะเรื่องเหมาะกับตัวต่อตัว ส่วนเด็กที่ต้องการแรงจูงใจจากเพื่อนและฝึกนำเสนอผลงานเหมาะกับกลุ่มเล็กไม่เกิน 4 คนต่อครู หากกลุ่มใหญ่กว่านี้ครูจะดูแลไม่ทั่วถึง

เรียนกลุ่มกี่คนถึงจะยังได้รับความใส่ใจจากครูเพียงพอ

ตัวเลขที่ใช้ได้จริงในการเรียน Coding และหุ่นยนต์คือไม่เกิน 4 คนต่อครูหนึ่งท่านต่อรอบ ไม่ว่าจะเรียนออนไลน์หรือเรียนที่สถาบัน หากเกินกว่านี้ครูจะตรวจงานหรือหน้าจอของทุกคนไม่ทันภายในคาบเดียว

Raise Genius School สอนแบบตัวต่อตัวหรือแบบกลุ่ม

Raise Genius School สอนแบบเรียนสดออนไลน์เป็นกลุ่มเล็กไม่เกิน 4 คนต่อรอบ ไม่ใช่ตัวต่อตัวล้วนหรือกลุ่มใหญ่ เพราะจากประสบการณ์สอนเด็ก 6 – 18 ปีมา 15 ปี พบว่ากลุ่มเล็กให้ผลลัพธ์สมดุลที่สุด ทั้งด้านค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงและความใส่ใจของครู

ลูกวัยไหนควรเรียนกลุ่มก่อนตัวต่อตัว

เด็กอายุ 6 -12 ปี ส่วนใหญ่ได้ประโยชน์จากกลุ่มเล็กมากกว่า เพราะยังต้องการเพื่อนช่วยลดความกดดันและสร้างแรงจูงใจ ส่วนเด็กมัธยมต้นขึ้นไปที่มีเป้าหมายเฉพาะเจาะจง เช่น เตรียมพอร์ตสอบเข้ามหาวิทยาลัยในเวลาจำกัด อาจได้ประโยชน์จากตัวต่อตัวหรือกลุ่มที่จำกัดจำนวนคนมากขึ้น

Exit mobile version