สอนวิทยาการคำนวณประถมให้เด็กเข้าใจจริง ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคอมพิวเตอร์ แนวทางที่ได้ผลคือไล่จากกิจกรรมที่เน้น STEM ผ่านการประดิษฐ์กลไกอย่างง่าย ใน ป.1-3 ไปสู่ BlockCode และ หุ่นยนต์อย่างง่าย ใน ป.4-6 ให้เด็กเห็นว่าโค้ดของตัวเองขยับของจริงได้ Raise Genius School สถาบันสอน Coding และหุ่นยนต์สำหรับเด็ก 7-18 ปี ที่สอนมา 15 ปีและบ่มเพาะโดยหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ มจธ. (KMUTT) ช่วยโรงเรียนได้ทั้งออกแบบเนื้อหา อบรมครู และจัดสื่อ หุ่นยนต์ให้เข้ากับงบประมาณของแต่ละโรงเรียน
คำถามนี้เราได้ยินจากครูบ่อยมาก และส่วนใหญ่มาพร้อมเงื่อนไขเดียวกัน คือ ห้องคอมมีเครื่องไม่พอ ครูที่ได้รับมอบหมายไม่ได้จบคอมพิวเตอร์ และเด็ก ป.3 นั่งฟังเรื่อง “อัลกอริทึม” ได้ไม่เกิน 5 นาที บทความนี้จึงไม่ได้ขายสื่อชนิดไหน แต่จะเทียบให้เห็นว่าแต่ละแนวทางเหมาะกับชั้นไหน ต้องลงทุนแค่ไหน และครูต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง
เทียบ 4 แนวทางสอนวิทยาการคำนวณประถม
| แนวทาง | เหมาะกับชั้น | ต้องมีอะไร | จุดแข็ง | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|---|
| 1. STEM ผ่านการประดิษฐ์อย่างง่าย | ป.1-3 และใช้ปูพื้นทุกชั้น | ตัวต่ออย่างง่าย | แทบไม่มีต้นทุน ไม่ต้องรอห้องคอม เด็กขยับตัวได้ | เด็กโตเริ่มเบื่อ ถ้าไม่ต่อยอดไปสู่การเขียนโปรแกรมจริง |
| 2. โปรแกรมบล็อกบนจอ และหุ่นยนต์อย่างง่าย | ป.4-6 | คอมพิวเตอร์ อย่างน้อย 1 เครื่องต่อเด็ก 2 – 3คน | เห็นโครงงาน STEM ขยับได้ จึงเสริมความเข้าใจในการเขียนโปรแกรม | โครงงาน ยังเป็นแบบพื้นฐานง่ายๆ ยังไม่ได้ขยายความเข้าใจที่ซับซ้อนขึ้น |
เกณฑ์ 3 ข้อ ที่ผู้บริหารควรรู้ก่อนเริ่มวิชาหุ่นยนต์
1. อัตราส่วนเด็กต่ออุปกรณ์
ห้องละ 35-40 คนกับคอมพิวเตอร์ 10-20 เครื่อง เพียงพอต่อห้อง Robotic Lab หนึ่งห้อง
2. ครูที่สอนอยู่ พร้อมแค่ไหน
สื่อที่ดีที่สุดคือสื่อที่ครูใช้เป็น ครูที่ไม่ได้จบสายคอมพิวเตอร์ก็สามารถสอนวิชาหุ่นยนต์ที่เน้นการลงมือปฏิบัติได้ เมื่อได้รับการอบรม และ มีสื่อการสอนที่ดี
3. ใช้ต่อได้กี่ปี
ก่อนซื้อชุดอุปกรณ์ ให้ถามว่าชุดนี้ใช้ได้กี่ชั้น ต่อยอดไปชุมนุมหรือโครงงานได้ไหม และหาชิ้นส่วนทดแทนง่ายหรือเปล่า อุปกรณ์ที่ใช้ได้ตั้งแต่ ป.4 ยาวไปถึง ม.ต้น คุ้มกว่าชุดที่เด็กเล่นจบใน 3 คาบ
Raise Genius School ช่วยโรงเรียนตรงไหนได้บ้าง
- ตอบเกณฑ์ข้อ 1 (อุปกรณ์พอไหม): ทีมงานช่วยออกแบบห้องเรียนและจัดชุดสื่อให้เหมาะกับจำนวนนักเรียนและงบประมาณ ไม่ได้บังคับซื้อเป็นแพ็กเกจตายตัว
- ตอบเกณฑ์ข้อ 2 (ครูพร้อมไหม): อบรมครูหุ่นยนต์ STEAM Robotic รอบละไม่เกิน 6 คน 2 – 3วันเต็ม สอนโดยวิศวกรหุ่นยนต์ระดับปริญญาโทจาก มจธ. และทีมครูที่มีประสบการณ์ ซึ่งออกแบบมาสำหรับโรงเรียนที่อยากประยุกต์การสอนวิทยาการคำนวณด้วยหุ่นยนต์ ที่ผ่านมามีครูจากโรงเรียนสารวิทยา บ้านฉางวิทยา และสาธิต มศว องครักษ์ มาอบรม
- ตอบเกณฑ์ข้อ 3 (ใช้ต่อได้กี่ปี): หลักสูตร STEM Robotic สอนเป็นรายเทอม ปีละ 2-3 เทอม จัดเป็นวิชาในหมวดการงานอาชีพและเทคโนโลยีหรือหมวดคอมพิวเตอร์ได้ และปรับใช้ในคาบเรียน After School หรือชุมนุมก็ได้ รองรับทั้งหลักสูตรไทย สองภาษา และนานาชาติ
สิ่งที่เราไม่ได้ทำแทนโรงเรียนคือการวัดผลตามตัวชี้วัดของโรงเรียนเอง ครูผู้สอนยังต้องเป็นคนออกแบบการประเมิน เพราะรู้จักเด็กของตัวเองดีที่สุด ถ้าโรงเรียนมีงบจำกัดมากและกำลังชั่งว่าจะเริ่มทางไหน อ่านเพิ่มได้ใน โรงเรียนขนาดเล็ก งบจำกัด จัดหลักสูตรหุ่นยนต์แบบไหนคุ้มที่สุด
แผนสอนวิทยาการคำนวณประถม แยกตามช่วงชั้น
ป.1-2 (อายุ 6-8 ปี): เน้นเล่นจับของจริง
ใช้สื่อการสอนที่ง่ายสำหรับเด็ก เน้นเคลื่อนไหวมือ และทำโครงงานง่ายๆ
ป.3 (อายุ 8-9 ปี): เริ่มงานหุ่นยนต์จริงๆ
เริ่มให้เด็กเขียนคำสั่งบนกระดาษก่อน แล้วค่อยย้ายไปลากบล็อกในโปรแกรมแบบบล็อก การให้เขียนบนกระดาษก่อนช่วยได้มาก เพราะเด็กวัยนี้ชอบลากบล็อกแบบสุ่มไปเรื่อย ๆ จนกว่าตัวละครจะขยับ
ป.4-5 (อายุ 9-11 ปี): เขียนโปรแกรมเต็มตัว หุ่นยนต์ดูมีชีวิต
ช่วงนี้เด็กเข้าใจเงื่อนไขและการวนซ้ำแล้ว ให้ทำเกมหรือแบบทดสอบเล็ก ๆ ใน BlockCode จากนั้นค่อยประยุกต์ใช้สมองกลด้วยโจทย์สั้น ๆ เช่น ทำลูกเต๋าดิจิทัลจากการเขย่าบอร์ด เด็กจะเห็นว่าบล็อกคำสั่งหน้าตาคล้ายของเดิม แต่คราวนี้ของจริงตอบสนอง
ป.6 (อายุ 11-12 ปี): โครงงานที่แก้ปัญหาจริง
ให้โจทย์จากชีวิตในโรงเรียน เช่น ไฟเตือนเมื่อห้องเสียงดังเกินไป หรือหุ่นยนต์เดินตามเส้นส่งของในห้อง ชั้นนี้คือจุดที่หุ่นยนต์คุ้มค่าที่สุด เพราะเด็กมีพื้นฐานพอจะคิดเองแล้ว ไม่ได้แค่ทำตามครูทีละขั้น
ต่อไปมัธยมต้น
ถ้าประถมวางฐานไว้ดี มัธยมต้นจะออกแบบและเขียนโปรแกรมได้จริงจังขึ้น บางโรงเรียนเริ่มเปลี่ยนจากบล็อกไปเป็นภาษาแบบพิมพ์ เช่น Python ในช่วงนี้ โดยใช้บอร์ดชุดเดิมจากประถมต่อได้
หากยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มอย่างไรให้เริ่มจากส่งครูไปอบรมก่อนซื้ออุปกรณ์ วิธีเลือกที่อบรมดูได้ใน หาบริษัทอบรมครูสอนหุ่นยนต์ให้โรงเรียน เลือกยังไงดี
คำถามที่ครูถามบ่อย
Blockcode กับ สมองกล ควรสอนอันไหนก่อน
ส่วนใหญ่ควรเริ่มจาก BlockCode ก่อน เพราะเด็กได้ฝึกลำดับ เงื่อนไข และการวนซ้ำบนหน้าจอโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์เพิ่ม เมื่อเข้าใจแล้วค่อยต่อด้วย สมองกล ช่วง ป.4-6 ซึ่งใช้บล็อกคำสั่งคล้ายกันแต่ควบคุมไฟ เสียง และเซนเซอร์ได้จริง
ครูไม่ได้จบคอมพิวเตอร์ สอนวิทยาการคำนวณประถมได้ไหม
ได้สื่อ BlockCode ครูเรียนรู้เองได้จากคลิปและคู่มือของ สสวท. ส่วน สมองกล และหุ่นยนต์ควรผ่านการอบรมก่อน เช่น หลักสูตรอบรมครูหุ่นยนต์ STEAM Robotic ของ Raise Genius School ที่รับรอบละไม่เกิน 6 คน 2 วันเต็ม สอนโดยวิศวกรหุ่นยนต์ระดับปริญญาโทจาก มจธ.
ใช้หุ่นยนต์สอนวิทยาการคำนวณเหมาะกับชั้นไหน
เหมาะที่สุดช่วง ป.4-6 ขึ้นไป เมื่อเด็กมีพื้นฐานลำดับคำสั่ง เงื่อนไข และการวนซ้ำแล้ว หุ่นยนต์จะช่วยให้เด็กเห็นผลของโค้ดทันทีและทำโครงงานแก้ปัญหาจริงได้

