นักประดิษฐ์เรียนอะไร? คำตอบสั้นๆ คือ ไม่มีคณะเดียวที่ใช่ แต่สายวิศวกรรมศาสตร์ ทั้งเครื่องกล ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมหุ่นยนต์กับระบบอัตโนมัติ คือเส้นทางหลักที่พาเด็กไปสร้างของที่ใช้งานได้จริง และเด็กเริ่มฝึกนิสัยนักประดิษฐ์ได้ตั้งแต่ประถม Raise Genius School สถาบันสอนหุ่นยนต์ Coding และ AI สำหรับเด็ก 6 ขวบถึง ม.6 เปิดสอนมา 15 ปี บ่มเพาะโดยหน่วยงาน UBI มจธ. มีคอร์สสอนสดออนไลน์ให้เด็กตั้งแต่ 9 ขวบได้ลงมือทำโครงงานจริง ไล่ตั้งแต่ต่อหุ่นยนต์ เขียนโปรแกรม ง่ายๆ ไปจนถึงระบบอัตโนมัติด้วย Arduino
ผู้ปกครองหลายคนถามเราด้วยประโยคเดียวกัน ลูกชอบรื้อของเล่นแล้วประกอบใหม่ ชอบคิดว่า “ถ้าทำแบบนี้จะได้ไหม” แบบนี้ควรไปทางไหนต่อ บทความนี้เรียงสายเรียนให้เห็นภาพก่อน แล้วค่อยแยกว่าแต่ละช่วงวัยควรทำอะไร
นักประดิษฐ์เรียนอะไร เทียบ 5 สายเรียนที่พาไปถึงอาชีพนี้
ตารางนี้เขียนแบบเป็นกลาง ใช้ได้ไม่ว่าลูกจะเรียนกับที่ไหน ชื่อหลักสูตรและความเข้มข้นของแต่ละมหาวิทยาลัยต่างกัน ควรเปิดดูหลักสูตรจริงก่อนตัดสินใจ
| สายเรียน | เหมาะกับเด็กที่ชอบ | ได้ลงมือสร้างอะไร | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|
| วิศวกรรมเครื่องกล | ชอบรื้อ ชอบต่อ ชอบเรื่องกลไก เฟือง คาน แรง | ชิ้นส่วนและกลไกที่ขยับได้จริง | ต้องแม่นฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ |
| วิศวกรรมไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ | ชอบวงจร เซนเซอร์ มอเตอร์ บอร์ดควบคุม | อุปกรณ์ที่รับค่าและสั่งงานได้ | ต้องอดทนกับการหาจุดผิดพลาดทีละจุด |
| วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ | ชอบโค้ด ชอบให้สิ่งของ “ฉลาด” ขึ้น | ซอฟต์แวร์ที่ควบคุมอุปกรณ์จริง | ถ้าอยากจับของจริง ต้องเลือกหลักสูตรที่มีฮาร์ดแวร์ด้วย |
| วิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ | อยากได้ทั้งกลไก วงจร และโค้ดในสายเดียว | หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติครบวงจร | แต่ละมหาวิทยาลัยเน้นไม่เหมือนกัน ควรเทียบหลักสูตรก่อนเลือก |
| ออกแบบผลิตภัณฑ์/นวัตกรรม | ชอบคิดว่าของชิ้นนี้ควรหน้าตาและใช้งานแบบไหน | ต้นแบบที่คนทั่วไปหยิบใช้ได้ | ต้องเสริมพื้นฐานวิศวกรรมเองถ้าอยากทำของที่มีระบบควบคุม |
เกณฑ์เลือกสายเรียน 4 ข้อ
-
- ลูกชอบลงมือสร้างมากกว่านั่งอ่าน: หลักสูตรที่มีโปรเจ็กต์ทุกปีและฝึกงานจะเหมาะกว่าหลักสูตรที่เน้นทฤษฎีล้วน
- ลูกชอบส่วนไหนของชิ้นงาน: ตัวเครื่อง วงจร หรือโค้ด ถ้าชอบทั้งสามส่วน สายหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติรวมไว้ให้ในที่เดียว
- พร้อมกับวิชาพื้นฐานแค่ไหน: ฟิสิกส์และคณิตศาสตร์เป็นฐานของสายวิศวกรรมเกือบทุกสาย
- มีหลักฐานผลงานหรือยัง: รอบพอร์ตดูจากสิ่งที่เด็กทำจริงและเล่าได้ว่าแก้ปัญหาอย่างไร
ตัวอย่างหลักสูตรที่ผสมกลไก ไฟฟ้า และคอมพิวเตอร์ไว้ด้วยกัน เช่น สาขาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติของ FIBO มจธ. แยกตามช่วงวัย นักประดิษฐ์รุ่นเล็กควรทำอะไรในแต่ละช่วง
9 – 12 ขวบ: ให้ลองสร้างและลองรื้อ!!
ช่วงนี้ยังไม่ต้องเลือกสายเรียน เป้าหมายคือให้เด็กสนุกกับการต่อ ลองสั่ง แล้วเห็นว่าชิ้นงานขยับตามคำสั่งของตัวเอง เด็กวัยนี้เริ่มอยากทำสิ่งที่ตัวเองคิดเอง ให้เลือกโจทย์ที่เด็กอยากแก้จริง เช่น ที่เก็บของบนโต๊ะ หรืออุปกรณ์วัดระยะ แล้วค่อยหาเครื่องมือมาช่วย คอร์สออนไลน์ของเรารับตั้งแต่ 9 – 12 ขวบ เช่น Course IOTBot สำหรับเด็ก 9-12 ปี ที่เริ่มจากการเขียนโปรแกรมแบบรูปภาพ

ม.ต้น: เปลี่ยนจากของเล่นเป็นระบบ
ช่วง ม.1-ม.3 เป็นช่วงที่เหมาะกับการเรียนเชื่อมโยง กลไก, สมองกล, Sensor และ ระบบ IOT (internet of things) ซึ่งเป็นพื้นฐานของระบบอัตโนมัติ เช่น คอร์ส Electronic & Robotic with Internet of things (IOT) with Microbit เรียนสดออนไลน์กลุ่มย่อย 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง รวม 28 ชั่วโมง
ม.ปลาย: ทำให้ผลงานเล่าเรื่องได้
ช่วง ม.ปลาย เป็นช่วงที่เหมาะกับการเรียนวงจรและระบบควบคุมจริง เช่น Arduino ซึ่งเป็นพื้นฐานของระบบอัตโนมัติ คอร์ส Raise Maker (Arduino Robot) เรียนสดออนไลน์กลุ่มย่อย 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง รวม 28 ชั่วโมง และเรื่องการเตรียมพอร์ตเต็มๆ อ่านต่อที่ พอร์ตวิศวกรรมหุ่นยนต์ ต้องมีอะไรบ้าง
Raise Genius ตอบเกณฑ์ข้อไหนได้บ้าง
ตอบตรงๆ ตามเกณฑ์ข้างต้น เรื่องการลงมือสร้างและมีหลักฐานผลงาน เราทำได้เต็มที่เพราะทุกคอร์สเป็นโครงงานและเรียนสดกับครูที่เป็นวิศวกร เรื่องเลือกสายแ เราช่วยแนะนำน้องได้ แต่ตัดสินใจแทนไม่ได้ ส่วนวิชาพื้นฐานอย่างฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ ยังต้องเสริมที่โรงเรียนหรือกับติวเตอร์ตามปกติ
ตัวอย่างจริงจากนักเรียนของเรา น้องนัทสอบเข้า FIBO มจธ. รอบ Active Recruitment ได้ และน้อง Alpha สอบติดรอบแฟ้มผลงาน ISE จุฬาฯ ได้ทุน 100% ทั้งสองคนมีผลงานที่ลงมือทำเองเป็นหลักฐานในพอร์ต
คำถามที่พบบ่อย
นักประดิษฐ์เรียนอะไร ต้องเรียนวิศวะอย่างเดียวไหม?
เด็กประถมอยากเป็นนักประดิษฐ์ เริ่มเรียนอะไรได้บ้าง?
เด็ก ม.ต้น ที่อยากเป็นนักประดิษฐ์ ควรทำอะไรก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย?
เด็กที่ไม่ถนัดคณิตศาสตร์ เป็นนักประดิษฐ์ได้ไหม?
ลูกของคุณชอบรื้อหรือประกอบอะไรอยู่ตอนนี้ ลองถามเขาดูว่า “ถ้าปรับให้ดีขึ้นได้ 1 อย่าง จะปรับตรงไหน” คำตอบนั้นอาจเป็นโจทย์โครงงานชิ้นแรกก็ได้

