วิศวะหุ่นยนต์ ที่ไหนดี เทียบ 5 เกณฑ์เลือกคณะ และสิ่งที่ควรทำตั้งแต่ ม.ต้น ถึง ม.6
วิศวะหุ่นยนต์ ที่ไหนดี ตอบให้ตรงที่สุดคือ ไม่มีคณะไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะคำว่า “หุ่นยนต์” ในแต่ละมหาวิทยาลัยเน้นคนละส่วน บางที่เน้นระบบอัตโนมัติในโรงงาน บางที่เน้นกลไกและเครื่องกล บางที่เน้น AI และการมองเห็นของหุ่นยนต์ สิ่งที่ตัดสินจริงจึงเป็นการดูว่าลูกสนุกกับส่วนไหนของหุ่นยนต์ แล้วเลือกคณะที่เน้นส่วนนั้น ที่ Raise Genius School ซึ่งสอนเด็ก 7 ขวบถึง ม.6 มา 15 ปี และได้รับการบ่มเพาะจากหน่วยงาน UBI ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) เราเห็นน้องที่สอบติดรอบพอร์ตเข้าคณะวิศวกรรมสาขาต่าง ๆ มาหลายรุ่น และจุดร่วมของเกือบทุกคนไม่ใช่เกรด แต่เป็นการมีโปรเจกต์ที่ลงมือทำเองต่อเนื่องหลายปี จนตอบได้ว่าตัวเองชอบหุ่นยนต์ “ตรงไหน”
สารบัญ
วิศวะหุ่นยนต์ ที่ไหนดี คำตอบสั้นที่สุดก่อน
คำถามนี้เข้ามาบ่อยมากช่วงก่อนรอบพอร์ตเปิด และเกือบทุกครั้งคำถามจะมาในรูปเดียวกัน คือขอให้จัดอันดับให้หน่อยว่าที่ไหนดีที่สุด
แต่การจัดอันดับแบบนั้นมักทำให้เลือกผิด เพราะหลักสูตรที่ชื่อคล้ายกันเรียนไม่เหมือนกันเลย น้องที่ชอบนั่งต่อกลไก ปรับเฟือง ลองน้ำหนักแขนกล กับน้องที่ชอบนั่งเขียนโค้ดให้กล้องแยกวัตถุออกจากพื้นหลัง สองคนนี้ชอบ “หุ่นยนต์” เหมือนกัน แต่ถ้าเข้าคณะสลับกัน มีโอกาสสูงที่ปีสองจะเริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่
เพราะฉะนั้นลำดับที่ถูกคือ รู้ก่อนว่าตัวเองชอบส่วนไหน แล้วค่อยหาว่าคณะไหนเน้นส่วนนั้น ไม่ใช่เลือกชื่อคณะก่อนแล้วค่อยไปปรับตัวเอง
คำว่า หุ่นยนต์ ในแต่ละคณะ ไม่ได้หมายถึงอย่างเดียวกัน
เวลาเปิดดูรายชื่อหลักสูตร จะเจอชื่ออย่างน้อยสี่แบบที่เกี่ยวกับหุ่นยนต์ทั้งหมด แต่แต่ละแบบมีน้ำหนักวิชาไม่เท่ากัน
1. วิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
เป็นสายที่ตรงชื่อที่สุด รวมไฟฟ้า เครื่องกล และคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน แล้วมองหุ่นยนต์เป็น “ระบบ” ที่ต้องทำงานร่วมกับสายการผลิตหรือสภาพแวดล้อมจริง ตัวอย่างที่คนไทยรู้จักดีที่สุดคือสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับคณะในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และเปิดสอนตั้งแต่ปริญญาตรีถึงปริญญาเอก
2. วิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์
น้ำหนักเอียงไปทางกลไกและการควบคุมมากกว่า เหมาะกับน้องที่สนุกกับการออกแบบชิ้นส่วน มอเตอร์ เฟือง และการส่งกำลัง มากกว่าการเขียนโปรแกรมประมวลผลภาพ (แต่ต้องการเรียนเขียนโปรแกรมอยู่บางส่วน)
3. วิศวกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และระบบควบคุม
เป็นทางที่กว้างกว่าและเปิดโอกาสงานหลากหลายกว่า แต่ต้องยอมรับว่าจะได้จับหุ่นยนต์ทั้งตัวช้ากว่าสองสายแรก เหมาะกับน้องที่ชอบเรื่องเซนเซอร์ วงจร และสัญญาณเป็นทุนเดิม
4. วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และ AI
ถ้าน้องสนใจ “สมอง” ของหุ่นยนต์มากกว่า “ร่างกาย” เช่น อยากทำให้หุ่นยนต์มองเห็น จำแนกวัตถุ ตัดสินใจเอง ทางนี้ตรงกว่า และในทางปฏิบัติหลายคนที่ทำงานด้านหุ่นยนต์ทุกวันนี้ก็จบมาจากสายนี้
ข้อสังเกตจากการดูแลน้อง ๆ มาหลายรุ่น คือเด็กส่วนใหญ่ตอบไม่ได้ว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหน จนกว่าจะได้ทำโปรเจกต์เต็มรอบด้วยตัวเองสักสองสามชิ้น ตอนทำจะเห็นชัดเองว่าช่วงไหนที่นั่งได้ทั้งคืนโดยไม่เบื่อ

5 เกณฑ์เลือกคณะ ที่ใช้เทียบที่ไหนก็ได้
เวลาจะตัดสินใจว่า วิศวะหุ่นยนต์ ที่ไหนดี สำหรับลูกเรา ลองเอาห้าข้อนี้ไปเทียบทุกที่ที่สนใจ ข้อดีคือมันใช้ได้กับทุกมหาวิทยาลัย ไม่ว่ารัฐหรือเอกชน
เกณฑ์ที่ 1 ได้จับของจริงตั้งแต่ปีไหน
เปิดแผนการเรียนสี่ปีดูว่าวิชาปฏิบัติเริ่มปีหนึ่งหรือรอปีสาม หลักสูตรที่ให้ลงมือทำเร็วจะช่วยให้เด็กรู้ตัวเร็วว่าใช่หรือไม่ใช่ ซึ่งสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะการรู้ตัวตอนปีหนึ่งยังย้ายได้ แต่รู้ตอนปีสามแล้วเสียเวลามาก
เกณฑ์ที่ 2 ห้องแล็บและอุปกรณ์ที่นักศึกษาเข้าถึงได้จริง
ทุกที่มีรูปห้องแล็บสวย ๆ แต่คำถามที่ควรถามในวันเปิดบ้านคือ นักศึกษาปีหนึ่งเข้าใช้ได้ไหม ต้องจองล่วงหน้ากี่วัน และมีงบวัสดุให้ทำโปรเจกต์หรือต้องออกเอง คำตอบสามข้อนี้บอกอะไรได้เยอะกว่ารูป
เกณฑ์ที่ 3 ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม
ดูว่ามีสหกิจศึกษาหรือฝึกงานยาวกับบริษัทจริงไหม สายหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเป็นสายที่ประสบการณ์ในโรงงานจริงมีค่ามาก เพราะโจทย์ในห้องเรียนกับโจทย์ที่มีฝุ่น มีความสั่น และมีเวลาจำกัด ไม่เหมือนกัน
เกณฑ์ที่ 4 คุณสมบัติผู้สมัครรอบพอร์ต
แต่ละที่กำหนดไม่เหมือนกัน บางที่ระบุเกรดขั้นต่ำ บางที่ระบุแผนการเรียนที่รับ บางที่ให้ส่งคลิปหรือให้สอบสัมภาษณ์เชิงเทคนิค ควรเปิดประกาศรับสมัครของปีล่าสุดอ่านเองก่อนตัดสินใจ อย่าอ่านจากที่คนอื่นสรุปมาอย่างเดียว เพราะเงื่อนไขเปลี่ยนเกือบทุกปี
เกณฑ์ที่ 5 ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรและทุน
สายนี้มีค่าวัสดุโปรเจกต์เพิ่มจากค่าเทอมอยู่พอสมควร ควรถามรุ่นพี่ตรง ๆ ว่าปีหนึ่งถึงปีสี่ใช้เงินซื้อของทำโปรเจกต์ประมาณเท่าไหร่ และมหาวิทยาลัยมีทุนอะไรรองรับบ้าง
สังเกตว่าห้าข้อนี้ไม่มีข้อไหนพูดถึงชื่อเสียงของสถาบันเลย ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงไม่สำคัญ แต่เพราะมันเป็นข้อที่ทุกคนดูอยู่แล้ว ส่วนห้าข้อข้างบนคือข้อที่คนมักลืมดู แล้วมารู้ทีหลัง
แล้ว Raise Genius School ตอบเกณฑ์ข้อไหนได้บ้าง
สิ่งที่เราช่วยได้จริงคือ ช่วงก่อนหน้าวันสอบ คือช่วงที่น้องยังต้องหาคำตอบให้ตัวเองว่าชอบหุ่นยนต์ตรงไหน และช่วงที่ต้องสะสมผลงานไว้ใช้กับเกณฑ์ข้อ 4
ครูหนุ่มผู้ก่อตั้ง Raise Genius School จบปริญญาโทด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติจากสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมีศิษย์เก่าของเราที่สอบติดปริญญาตรีที่ FIBO ด้วยรอบ Portfolio จนกลายเป็นรุ่นน้องของครูไปแล้ว ตลอด 15 ปีมีน้องอีกหลายคนเข้าห้องเรียนนวัตกรรม ห้องเรียนหุ่นยนต์ และคณะวิศวกรรมสาขาต่าง ๆ ด้วยผลงานที่ลงมือทำเองต่อเนื่อง
ในทางปฏิบัติ คอร์สที่ตรงกับน้องที่กำลังเล็งสายนี้มากที่สุดคือ Raise Maker Course ที่เรียนระบบอัตโนมัติด้วย Arduino, C++ และ IoT ซึ่งเหมาะกับน้อง ม.ปลาย หรือ ม.ต้นที่มีพื้นฐานและสนใจ เรียนออนไลน์สอนสดกลุ่มย่อยไม่เกิน 4 คนต่อ คุณครู 1 ท่านต่อรอบ ทุกวันอาทิตย์ คอร์สละ 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นช่วงเรียนทฤษฎีพื้นฐานและช่วงลงมือทำโครงงานที่ตัวเองสนใจ ส่วนน้องที่ยังไม่เคยเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์มาก่อน มักเริ่มจาก IOTbot ซึ่งรับตั้งแต่ 9 ถึง 13 ปี
แนวคิดที่เราถือมาตลอดคือฝึกให้เด็กโตขึ้นเป็นผู้สร้างหุ่นยนต์ ไม่ใช่แค่ผู้ใช้หุ่นยนต์ ซึ่งฟังดูเป็นสโลแกน แต่ในทางปฏิบัติมันแปลว่าโครงงานที่น้องทำต้องเป็นโครงงานที่เข้าใจ ลงมือทำเอง ตอบคำถามกรรมการได้ เพราะเวลายื่นพอร์ต กรรมการอ่านออกว่าอันไหนเป็นอันไหน

ควรทำอะไรบ้าง แยกตามระดับชั้น ม.1 ถึง ม.6
คำถามที่ตามมาเสมอหลังจากรู้ว่าอยากเข้าสายนี้ คือแล้วตอนนี้ควรทำอะไร คำตอบต่างกันมากตามชั้นที่อยู่
ม.1 ถึง ม.3 คือช่วงลองให้กว้าง
ช่วงนี้ยังไม่ต้องเลือกสาขา หน้าที่เดียวคือลองให้ครบทั้งสี่กลุ่มข้างบน ต่อกลไก เขียนโปรแกรมควบคุม ต่อวงจร และลองงานที่เกี่ยวกับ AI สักชิ้น จุดสำคัญคือเก็บภาพและบันทึกไว้ทุกครั้ง แม้ชิ้นที่ทำไม่สำเร็จ เพราะชิ้นที่พังแล้วแก้จนได้คือเรื่องที่เขียนในพอร์ตแล้วน่าเชื่อที่สุด
ม.4 คือช่วงเลือกสายและเริ่มลึก
ตอนนี้ควรเริ่มเห็นแล้วว่าตัวเองสนุกกับส่วนไหน ให้เลือกทำโปรเจกต์ที่ลึกขึ้นในทางนั้นหนึ่งชิ้น แทนที่จะทำหลายชิ้นแบบผิวเผิน และเริ่มไปเปิดบ้านของคณะที่สนใจตั้งแต่ ม.4 ไม่ต้องรอ ม.6 เพราะคำถามที่ถามได้ตอน ม.4 มันเปลี่ยนแผนได้ทัน
ม.5 คือช่วงทำผลงานชิ้นหลัก
ปีนี้คือปีที่มีเวลาเหลือมากที่สุดก่อนเข้าโหมดสอบ ควรใช้ทำโครงงานชิ้นที่จะเป็นตัวชูโรงของพอร์ต ทำให้เสร็จจริง มีวิดีโอตอนมันทำงาน มีบันทึกว่าเวอร์ชันแรกพังเพราะอะไร และมีข้อสรุปว่าถ้าทำใหม่จะแก้ตรงไหน
ม.6 คือช่วงเรียบเรียง ไม่ใช่ช่วงเริ่มทำ
ถ้ามาถึง ม.6 แล้วยังไม่มีผลงานเลย ยังทำได้ แต่ต้องยอมรับว่าจะเหนื่อยกว่ามาก ส่วนน้องที่มีของอยู่แล้ว งานหลักของปีนี้คือการเรียบเรียงให้ตรงกับสิ่งที่คณะนั้นมองหา ซึ่งเราเขียนแยกไว้ละเอียดในบทความ เตรียม Portfolio หุ่นยนต์และ AI ต้องมีอะไรบ้าง และเรื่องจังหวะการเริ่มไว้ที่ เริ่มทำ Portfolio ตั้งแต่ชั้นไหนดี
ต้องเรียนสายวิทย์-คณิตเท่านั้นไหม
อันนี้เป็นความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุด และทำให้น้องหลายคนตัดตัวเองออกตั้งแต่ยังไม่ได้ลอง
ลองดูตัวอย่างจริง ประกาศการรับสมัครระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ระบุว่ารับผู้ที่กำลังศึกษาหรือสำเร็จการศึกษาชั้น ม.6 จากแผนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์-ภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษ-ภาษาต่างประเทศ ภาษาอังกฤษ-สังคมศาสตร์ คณิตศาสตร์-คอมพิวเตอร์ และวิทยาศาสตร์-คอมพิวเตอร์ รวมถึงรับระดับ ปวช. และ ปวส. สายช่างที่เกี่ยวข้องซึ่งเน้นการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ด้วย
แปลว่าประตูกว้างกว่าที่หลายคนคิด แต่ต้องอ่านให้ละเอียด เพราะแต่ละโครงการภายในรอบเดียวกันยังกำหนดคุณสมบัติต่างกันอีก และเงื่อนไขของแต่ละมหาวิทยาลัยก็ไม่เหมือนกัน ข้อแนะนำคือเปิดประกาศของปีที่จะยื่นจริงมาอ่านเอง แล้วจดคุณสมบัติของแต่ละที่เทียบกันเป็นตาราง
สำหรับน้องสาย ปวช. ที่คิดว่าตัวเองเสียเปรียบ ในทางกลับกันน้องกลุ่มนี้มักมีชั่วโมงจับเครื่องมือจริงมากกว่าเพื่อนสายสามัญ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่เขียนในพอร์ตได้ชัดมาก ถ้ารู้จักเล่าให้ถูก
คำถามที่ผู้ปกครองและน้อง ๆ ถามบ่อย
วิศวะหุ่นยนต์ ที่ไหนดี ต้องดูจากอะไรบ้าง
ดูจาก 5 เกณฑ์นี้แทนการดูอันดับสถาบัน คือ ได้ลงมือทำจริงตั้งแต่ปีไหน นักศึกษาเข้าใช้ห้องแล็บและอุปกรณ์ได้จริงแค่ไหน มีความร่วมมือหรือสหกิจกับภาคอุตสาหกรรมไหม คุณสมบัติผู้สมัครรอบพอร์ตของที่นั่นเป็นอย่างไร และค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรรวมค่าวัสดุโปรเจกต์ประมาณเท่าไหร่ ที่สำคัญกว่านั้นคือรู้ก่อนว่าลูกชอบหุ่นยนต์ส่วนไหน แล้วค่อยเลือกคณะที่เน้นส่วนนั้น
อยากเรียนวิศวกรรมหุ่นยนต์ ต้องเรียนสายวิทย์-คณิตเท่านั้นไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป ตัวอย่างเช่นประกาศรับสมัครระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ระบุว่ารับทั้งแผนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์-ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์-คอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์-คอมพิวเตอร์ และแผนศิลป์บางแผน รวมถึงระดับ ปวช. และ ปวส. สายช่างที่เน้นวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ แต่เงื่อนไขต่างกันในแต่ละโครงการและแต่ละมหาวิทยาลัย จึงควรเปิดประกาศของปีที่จะยื่นจริงมาอ่านเอง
ลูกอยู่ ม.4 แล้ว ไม่เคยจับหุ่นยนต์เลย เริ่มตอนนี้ทันไหม
ทัน แต่ต้องเลือกทำให้ลึกแทนการทำให้เยอะ ช่วง ม.4 ถึง ม.5 ยังมีเวลาพอทำโครงงานเต็มรอบได้อย่างน้อยหนึ่งถึงสองชิ้น สิ่งที่กรรมการรอบพอร์ตดูไม่ใช่ว่าเริ่มเมื่อไหร่ แต่ดูว่าผลงานสะท้อนความสนใจต่อเนื่องและเป็นฝีมือของเด็กจริงหรือไม่ ข้อควรระวังคืออย่าเพิ่งรีบเลือกสาขา ให้ลองทั้งงานกลไก งานเขียนโปรแกรม และงานวงจร ก่อนตัดสินใจ
เรียนออนไลน์สอนสด ทำโครงงานหุ่นยนต์เพื่อยื่นพอร์ตได้จริงไหม
ได้ Raise Genius School เปิดคอร์สเรียนสดออนไลน์มาหลายปีและมีนักเรียนเรียนอยู่ทั่วประเทศรวมถึงต่างประเทศ คอร์ส Raise Maker Course ที่เน้นระบบอัตโนมัติด้วย Arduino, C++ และ IoT เรียนกลุ่มย่อยไม่เกิน 4 คนต่อคุณครู 1 ท่านต่อรอบ ทุกวันอาทิตย์ คอร์สละ 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง โดยออกแบบให้ผู้เรียนสร้างโครงงานของตัวเองเพื่อใช้เตรียมแฟ้มผลงานสอบเข้ามหาวิทยาลัยโดยเฉพาะ


