ข้อมูลคอร์ส: คอร์สสร้างเกมด้วย Unity3D ราคาปกติ 9,900 บาท เรียน 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง (รวม 28 ชั่วโมง) มีโปรโมชันเป็นช่วงๆ สอบถามราคาปัจจุบันได้ | Raise Genius School สอนเด็กมาแล้วกว่า 12,530 คนตลอด 15 ปี
GAME MAKER · เรียนสดออนไลน์กลุ่มย่อย
เรียน Unity3D สร้างเกม 3D ด้วย C# และต่อยอดเป็นผลงาน Portfolio
จากไอเดียสู่เกมของตัวเอง: ออกแบบฉากและตัวละคร สร้างโมเดล 3D เบื้องต้น เขียน Script ควบคุมกลไกเกม และฝึกนำเสนอผลงาน เหมาะกับนักเรียนมัธยมปลายที่มีพื้นฐานเขียนโปรแกรมหรือเคยสร้างเกมมาบ้าง

คอร์ส Unity3D เหมาะกับใคร
ผู้เรียนมัธยมปลาย
สนใจเกม 3D และต้องการต่อยอดทักษะการเขียนโปรแกรม หากเคยใช้เครื่องมือสร้างเกมหรือเขียน Code มาบ้าง จะเริ่มทำโปรเจกต์ได้เร็วขึ้น
ผู้ชอบออกแบบและแก้ปัญหา
อยากสร้างฉาก Prop เรื่องราว และกลไกการเล่นด้วยตัวเอง พร้อมฝึกคิดอย่างเป็นระบบผ่านการทดลองและแก้บั๊ก
ผู้เตรียมแฟ้มผลงาน
ต้องการพัฒนาโครงงานเกมที่อธิบายแนวคิด ขั้นตอนออกแบบ โค้ด และสิ่งที่ได้เรียนรู้ เพื่อนำไปคัดเลือกใส่ Portfolio สำหรับสาขาที่เกี่ยวข้อง
เรียนอะไรในคอร์สสร้างเกม 3D
ผู้เรียนจะรู้จักเกมเอนจินและเครื่องมือสร้างเกม และฝึกใช้เครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับงานสร้างเกมจริง โดยครูปรับระดับโจทย์ให้เหมาะกับพื้นฐานแต่ละคน
ออกแบบเกม
วางแนวคิด เนื้อเรื่อง ฉาก ตัวละคร และ Prop เพื่อให้เกมมีเป้าหมายและวิธีเล่นที่ชัดเจน
สร้างโลก 3D
สร้าง Model 3D อย่างง่าย จัดวางวัตถุในฉาก และทดลองการทำงานขององค์ประกอบต่าง ๆ ในเกม
เขียน C# Script
เขียนโปรแกรมควบคุมตัวละครและสร้างกลไกเกม ฝึกทดสอบ แก้ปัญหา และปรับปรุงโปรเจกต์ของตนเอง
ตัวอย่างชิ้นงานสำหรับ Portfolio
ด้านล่างเป็น แนวทางชิ้นงานที่ผู้เรียนสามารถพัฒนาได้ ไม่ใช่การอ้างว่าเป็นผลงานของศิษย์เก่ารายใด การเลือกผลงานเข้าพอร์ตขึ้นอยู่กับเป้าหมายและความคืบหน้าของผู้เรียนแต่ละคน
เกมต้นแบบที่ทดลองเล่นได้
เกม 3D ฉากสั้นที่มีเป้าหมาย ตัวละคร และกลไกหลัก พร้อมภาพหน้าจอหรือวิดีโอสาธิต
เบื้องหลังการออกแบบ
ภาพร่างฉาก รายการ Prop แผนผังการเล่น และคำอธิบายว่าปรับจากไอเดียแรกอย่างไร
โค้ดและการแก้ปัญหา
ตัวอย่าง C# Script บันทึกปัญหาที่พบ วิธีทดสอบ และสิ่งที่ปรับปรุงหลังรับความคิดเห็น
เส้นทางจากไอเดียสู่เกมที่นำเสนอได้
การทำโปรเจกต์เกมเริ่มจากกำหนดผู้เล่นเป้าหมายและโจทย์ของเกม จากนั้นวางแผนฉาก ตัวละคร และวิธีควบคุม ก่อนลงมือสร้างต้นแบบ ทดลองเล่น และปรับความยากให้เหมาะสม การเห็นผลงานค่อย ๆ เปลี่ยนจากแนวคิดเป็นสิ่งที่เล่นได้ ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการออกแบบและฝึกสื่อสารสิ่งที่ตนทำ
- คิดโจทย์และวางแผน: กำหนดแนวเกม เป้าหมายการเล่น กติกา และคุณสมบัติที่จำเป็น เพื่อให้โปรเจกต์มีขอบเขตที่ทำได้จริง
- สร้างต้นแบบ: วางวัตถุและฉากแบบง่ายก่อน เพื่อทดสอบเส้นทางการเล่นและทิศทางของกล้อง โดยยังไม่ต้องตกแต่งทุกอย่างให้สมบูรณ์
- เขียนกลไก: แยกปัญหาเป็นงานย่อย เช่น การเคลื่อนที่ การชน การเก็บคะแนน หรือการเปลี่ยนฉาก แล้วเขียนและทดสอบทีละส่วน
- ทดสอบกับผู้เล่น: ดูว่าผู้เล่นเข้าใจกติกาหรือไม่ บันทึกข้อผิดพลาดและความคิดเห็น แล้วจัดลำดับสิ่งที่ควรปรับแก้
- สรุปผลงาน: เก็บภาพ วิดีโอ ตัวอย่างโค้ด และคำอธิบายการตัดสินใจของตนเอง เพื่อใช้เล่าเรื่องโครงงานใน Portfolio
ผู้ปกครองสามารถดูแนวทางเครื่องมือและบทเรียนเพิ่มเติมจาก Unity Learn แหล่งเรียนรู้ทางการของ Unity ส่วนกิจกรรมในชั้นเรียนจะปรับตามพื้นฐานและความเร็วของผู้เรียนแต่ละคน
รูปแบบการเรียนและจุดเด่น
- เรียนสดออนไลน์แบบ Project Based Learning เน้นลงมือสร้างและเขียนโปรแกรมจริง
- รับจำนวนจำกัดไม่เกิน 4 คนต่อครู 1 ท่าน เพื่อให้ครูดูแลและปรับการสอนตามพัฒนาการของผู้เรียนแต่ละคน ตามแนว Constructionism
- ครูผู้สอนเป็นทีมวิศวกรที่มีประสบการณ์สอนและเข้าใจผู้เรียน ให้คำแนะนำระหว่างสร้างผลงาน
- ฝึกออกแบบฉาก Prop เนื้อเรื่อง และกลไกเกม พร้อมแนะแนวการเตรียมแฟ้มผลงานสำหรับคณะหรือสาขาที่สนใจ
- เรียนได้จากทุกที่ โดยใช้คอมพิวเตอร์ Windows (แนะนำ) สเปกปานกลางและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

รอบเรียนและเงื่อนไขคอร์ส
รอบเรียนวันอาทิตย์: 09:00–11:00 น., 11:00–13:00 น. และ 14:00–16:00 น. เรียน 14 ครั้ง × 2 ชั่วโมง (รวม 28 ชั่วโมง) กรุณาสอบถามวันเริ่มคอร์สและรอบเรียนปัจจุบันก่อนสมัคร
- ไม่มีค่าแรกเข้า และแนะนำให้ทดลองเรียนก่อนสมัครคอร์ส
- คอร์สเดิมระบุว่าสามารถขาดหรือลาได้ 2 ครั้งโดยมีชดเชย ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการขาดเรียนบ่อยหรือต่อเนื่อง เพราะเนื้อหาและงานกลุ่มเชื่อมกัน
- สอบถามรอบเปิดสอน จำนวนที่นั่ง และอุปกรณ์ที่เหมาะกับผู้เรียนก่อนลงทะเบียน
รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับผู้ปกครองและผู้เรียน
อ่านเฉพาะหัวข้อที่สนใจได้ ผู้เรียนแต่ละคนอาจใช้เวลาและโจทย์ต่างกันตามพื้นฐาน โดยครูช่วยกำหนดขอบเขตให้เหมาะกับความพร้อม
ก่อนเริ่มเรียนควรเตรียมตัวอย่างไร
เริ่มจากพูดคุยว่า ผู้เรียนเคยเขียนโปรแกรมด้วยภาษาใด เคยใช้เครื่องมือสร้างเกมแบบไหน และอยากพัฒนาเกมแนวใด หากมีผลงานเก่า สามารถนำตัวอย่างมาให้ครูดูเพื่อประเมินจุดเริ่มต้นได้ คอมพิวเตอร์ควรเปิดโปรแกรมและทดสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้สะดวก โดยหน้าเดิมแนะนำ Windows สเปกปานกลาง และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ก่อนสมัครควรแจ้งรายละเอียดเครื่องที่ใช้ เพื่อให้ทีมช่วยตรวจความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องใหม่ก่อนขอคำปรึกษา
ผู้เรียนควรมีพื้นที่เก็บไฟล์งานให้เป็นระเบียบ แยกโฟลเดอร์สำหรับภาพ เสียง โค้ด และไฟล์โปรเจกต์ ฝึกบันทึกงานสำรองเป็นระยะ เมื่อทดลองแล้วเกิดข้อผิดพลาด ควรจดว่าได้เปลี่ยนค่าใดและผลเป็นอย่างไร วิธีนี้ช่วยให้ครูวิเคราะห์ปัญหาได้เร็วขึ้น และช่วยให้ผู้เรียนเห็นความก้าวหน้าของตัวเอง แม้บางครั้งเกมยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม
โปรเจกต์เกมหนึ่งชิ้นมีขั้นตอนอะไรบ้าง
โจทย์เริ่มต้นอาจเป็นเกมสั้นที่มีวัตถุประสงค์ชัด เช่น ไปถึงจุดหมาย เก็บไอเท็ม หรือหลบสิ่งกีดขวาง จากนั้นผู้เรียนวางกติกา เลือกมุมกล้อง กำหนดการควบคุม และร่างฉากอย่างง่าย ขั้นตอนนี้ช่วยป้องกันการทำเกมใหญ่เกินเวลา ก่อนเติมภาพและรายละเอียด ผู้เรียนควรทดสอบว่าตัวละครเคลื่อนที่ได้ กติกาทำงาน และผู้เล่นรู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อ
เมื่อแกนหลักเล่นได้แล้ว จึงค่อยเพิ่มองค์ประกอบ เช่น คะแนน เวลา เสียง หรือฉากใหม่ ตามระดับความยากที่เหมาะสม ระหว่างทำงาน ครูชวนให้ผู้เรียนอธิบายเหตุผลของการออกแบบ ไม่ใช่เพียงทำตามตัวอย่าง งานบางชิ้นอาจเน้นระบบเกม บางชิ้นอาจเน้นภาพและประสบการณ์ผู้เล่น ผลลัพธ์จึงแตกต่างกันตามเป้าหมายและระยะเวลาที่ลงมือทำจริง
การฝึกเขียนโค้ดและแก้บั๊กเป็นอย่างไร
ผู้เรียนฝึกอ่านและเขียน C# Script เพื่อสั่งการพฤติกรรมของวัตถุในเกม การเรียนไม่ได้จบที่การพิมพ์โค้ดให้ผ่าน แต่รวมถึงการตั้งสมมติฐาน เมื่อเกมทำงานผิด การดูค่าตัวแปร และการทดลองแก้ทีละจุด ตัวอย่างโจทย์อาจเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ การชน การตอบสนองเมื่อกดปุ่ม หรือเงื่อนไขเมื่อผู้เล่นผ่านด่าน
การแยกปัญหาออกเป็นส่วนเล็ก ช่วยให้ผู้เรียนเห็นว่าโค้ดแต่ละส่วนเชื่อมกับผลบนหน้าจออย่างไร หากยังไม่มีพื้นฐานเพียงพอ ครูสามารถเริ่มจากโจทย์ง่ายและค่อยเพิ่มความซับซ้อน ผู้เรียนควรเก็บเวอร์ชันที่ทำงานได้ก่อนทดลองแนวทางใหม่ เพื่อย้อนกลับและเปรียบเทียบผล วิธีทำงานลักษณะนี้ช่วยสร้างความมั่นใจและฝึกความอดทนต่อปัญหา
ควรนำเสนอผลงานใน Portfolio อย่างไร
แฟ้มผลงานที่ดีควรบอกโจทย์ เป้าหมาย บทบาทของผู้เรียน ขั้นตอนตัดสินใจ ปัญหาที่พบ และสิ่งที่ปรับปรุง ไม่จำเป็นต้องมีเพียงภาพหน้าจอสวย ๆ หากมีเกมให้ทดลองเล่นได้ อาจแนบวิดีโอสั้นหรือภาพลำดับการเล่น เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจแนวคิดในเวลาไม่นาน ตัวอย่าง C# Script ควรเลือกเฉพาะส่วนที่อธิบายบทบาทของผู้เรียนได้ชัด ไม่จำเป็นต้องใส่โค้ดทั้งหมด
เอกสารประกอบอาจมีภาพร่างฉาก แผนผังเกม หรือบันทึกการทดสอบกับผู้เล่น พร้อมคำอธิบายว่าได้รับความคิดเห็นอะไรและแก้ไขอย่างไร ผู้เรียนควรระบุเครื่องมือที่ใช้และส่วนที่ทำเองอย่างตรงไปตรงมา ครูช่วยแนะนำการคัดเลือกหลักฐานและการเล่าเรื่อง แต่การรับเข้าศึกษาขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของแต่ละสถาบันและคุณภาพผลงานจริง จึงไม่ควรอ้างผลการรับเข้าที่ไม่ได้ตรวจสอบ
ผู้ปกครองติดตามความก้าวหน้าอย่างไร
อาจเริ่มจากถามผู้เรียนว่า สัปดาห์นี้ลองทำอะไรใหม่ พบปัญหาอะไร และครั้งหน้าจะปรับอะไร คำถามเหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียนอธิบายความคิดของตนเอง มากกว่าดูเฉพาะว่าเกมเสร็จหรือยัง การสร้างเกมมีช่วงที่ต้องลองผิดลองถูก การเห็นความก้าวหน้าเล็ก ๆ เช่น ตัวละครเดินได้ ระบบคะแนนทำงาน หรือแก้บั๊กด้วยตนเอง เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้
หากมีเป้าหมายด้านแฟ้มผลงาน ผู้ปกครองสามารถชวนผู้เรียนเก็บภาพก่อนและหลังแก้ไข บันทึกบทเรียนที่ได้รับ และนำคำถามไปปรึกษาครูเป็นระยะ ควรแจ้งทีมเมื่อผู้เรียนต้องการปรับระดับโจทย์หรือมีข้อจำกัดด้านเวลา เพื่อให้การเรียนเหมาะกับความพร้อมจริง การทำโครงงานด้วยความเข้าใจสำคัญกว่าการเร่งทำผลงานให้ดูใหญ่โดยขาดเวลาอธิบายกระบวนการ
คู่มือเลือกคอร์สและเตรียมแฟ้มผลงาน
หัวข้อต่อไปนี้ช่วยให้ผู้ปกครองและนักเรียนเตรียมคำถามก่อนคุยกับครู อ่านตามเป้าหมายได้โดยไม่จำเป็นต้องทำทุกข้อในครั้งเดียว
ถ้าชอบเล่นเกม แต่ยังไม่แน่ใจว่าชอบสร้างเกมหรือไม่
ลองให้ผู้เรียนอธิบายว่าเกมที่ชอบมีส่วนใดน่าสนใจ เป็นเรื่องราว ตัวละคร กติกา ภาพ หรือเสียง แล้วถามว่าอยากเปลี่ยนส่วนไหนด้วยตัวเอง คำตอบเหล่านี้ช่วยให้เห็นความสนใจจริงและช่วยครูเลือกโจทย์เริ่มต้นที่เหมาะ การทดลองสร้างเกมสั้น ๆ จะทำให้เห็นว่าเบื้องหลังเกมต้องใช้ทั้งการคิด การทดสอบ และการทำงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการเล่นเกมนานขึ้น
ถ้าผู้เรียนยังไม่เคยเขียนโค้ด ควรบอกครูตรง ๆ เพื่อให้ประเมินว่าควรเริ่มคอร์สพื้นฐานก่อนหรือไม่ หากเคยใช้ Block Code หรือ Python มาแล้ว ให้นำตัวอย่างที่เคยทำไปประกอบการพูดคุย ครูจะเห็นทักษะการคิดเป็นลำดับและการแก้ปัญหาได้ชัดกว่าดูเพียงอายุหรือระดับชั้นเรียน
เลือกแนวเกมให้ทำสำเร็จได้อย่างไร
เกมแรกไม่จำเป็นต้องมีโลกขนาดใหญ่หรือระบบออนไลน์หลายคน ควรเลือกแกนการเล่นเพียงหนึ่งอย่างที่อธิบายได้ง่าย เช่น สำรวจ เก็บของ แก้ปริศนา หรือหลบสิ่งกีดขวาง จากนั้นกำหนดว่าจะถือว่าชนะเมื่อไร และผู้เล่นได้รับข้อมูลตอบกลับอย่างไร ขอบเขตเล็กช่วยให้ผู้เรียนมีเวลาแก้ปัญหาและทดลองกับผู้เล่นจริง
หากมีไอเดียหลายอย่าง ให้จัดเป็นสิ่งจำเป็น สิ่งที่อยากเพิ่ม และสิ่งที่อาจทำภายหลัง ขั้นแรกควรทำให้เล่นได้ก่อน แล้วค่อยเพิ่มความสวยงาม การคุมขอบเขตเป็นทักษะสำคัญของการพัฒนาโปรเจกต์ และช่วยให้แฟ้มผลงานแสดงการตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้น
การออกแบบฉากและตัวละครควรเริ่มตรงไหน
เริ่มจากร่างแผนผังง่าย ๆ ว่าผู้เล่นเริ่มตรงไหน ต้องเดินทางไปไหน และจะพบสิ่งใดระหว่างทาง แล้วจัดองค์ประกอบในฉากให้สื่อสารเป้าหมายได้ชัด วัตถุที่สวยแต่ทำให้สับสนอาจต้องปรับตำแหน่ง สี หรือขนาด การออกแบบจึงไม่ใช่เพียงตกแต่ง แต่เป็นการช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจการเล่น
เมื่อสร้างโมเดล 3D เบื้องต้น ควรคิดถึงจำนวนรายละเอียดที่เครื่องผู้เรียนรับไหว และเวลาที่มีอยู่จริง ผู้เรียนอาจใช้วัตถุง่ายก่อนแล้วปรับภายหลัง แฟ้มผลงานสามารถแสดงภาพต้นแบบเทียบกับภาพที่แก้ไข พร้อมเหตุผลว่าเหตุใดจึงเปลี่ยนรูปทรง มุมกล้อง หรือเส้นทางการเดิน
จะรู้ได้อย่างไรว่าเกมใช้งานได้ดี
การทดสอบไม่ใช่แค่เปิดเกมแล้วไม่พบข้อผิดพลาด ผู้เรียนควรดูว่าคนที่ไม่เคยเห็นเกมเข้าใจกติกาหรือไม่ ปุ่มตอบสนองตามคาดหรือไม่ และมีช่วงใดที่ยากเกินไป การให้เพื่อนหรือคนในบ้านลองเล่นโดยไม่อธิบายทุกขั้น จะช่วยพบปัญหาที่ผู้สร้างมองข้าม
จดสิ่งที่ผู้เล่นพยายามทำ สิ่งที่สับสน และข้อเสนอแนะ แล้วเลือกแก้ทีละเรื่อง เช่น เพิ่มคำใบ้ ปรับจังหวะ หรือเปลี่ยนตำแหน่งวัตถุ หลังแก้ควรทดลองซ้ำเพื่อดูว่าปัญหาดีขึ้นจริงหรือไม่ กระบวนการทดสอบและปรับปรุงเป็นหลักฐานที่มีคุณค่าใน Portfolio แม้เกมยังไม่สมบูรณ์แบบ
หลักฐานชิ้นไหนควรเก็บไว้ใน Portfolio
เก็บภาพร่างแนวคิด ภาพฉากระหว่างพัฒนา ตัวอย่างโค้ดที่เขียนเอง บันทึกการแก้บั๊ก และวิดีโอสั้นที่เห็นการเล่นจริง แต่ละชิ้นควรมีคำอธิบายว่าโจทย์คืออะไร ผู้เรียนทำส่วนใด และผลเปลี่ยนไปอย่างไร ภาพจำนวนมากโดยไม่มีบริบทอาจทำให้ผู้อ่านไม่เห็นความสามารถที่แท้จริง
เมื่อคัดงานเข้าพอร์ต ให้เลือกหลักฐานที่เชื่อมกันเป็นเรื่องเดียว เริ่มจากปัญหา วิธีคิด การลงมือ ผลลัพธ์ และบทเรียนที่ได้ ถ้าทำงานร่วมกับผู้อื่น ควรระบุบทบาทของตนอย่างชัดเจน การอธิบายอย่างตรงไปตรงมาช่วยให้ผู้ประเมินเห็นกระบวนการเรียนรู้และความรับผิดชอบของผู้เรียน
หากเรียนออนไลน์ควรจัดเวลาอย่างไร
ควรเผื่อเวลาตรวจเครื่องและเปิดไฟล์ก่อนเริ่มคลาส เพราะปัญหาทางเทคนิคทำให้เวลาฝึกปฏิบัติลดลง ระหว่างเรียนอาจจดรายการสิ่งที่สงสัยและภาพหน้าจอเมื่อพบข้อผิดพลาด เพื่อถามครูได้ตรงจุด หลังคลาสควรทบทวนไฟล์ที่แก้ไขและบันทึกงานสำรองไว้ในที่ปลอดภัย
โครงงานเกมต้องใช้เวลาฝึกนอกชั่วโมงเรียนบ้างตามเป้าหมายของผู้เรียน แต่ไม่ควรเร่งจนหมดสนุก การแบ่งงานเป็นชิ้นเล็กและกำหนดเป้าหมายรายสัปดาห์ช่วยให้เห็นความก้าวหน้า หากผู้เรียนติดปัญหานาน ควรนำคำถามพร้อมสิ่งที่ทดลองแล้วมาปรึกษาครู แทนการลบงานทั้งหมดแล้วเริ่มใหม่โดยไม่รู้สาเหตุ
คำถามที่ควรถามทีมก่อนสมัครมีอะไรบ้าง
สอบถามรอบปัจจุบัน จำนวนครั้ง ระยะเวลาต่อครั้ง การทดลองเรียน และแนวทางชดเชยเมื่อขาดเรียน พร้อมแจ้งพื้นฐานของผู้เรียนและรุ่นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ ควรถามว่าคลาสที่สนใจเหมาะกับเป้าหมายใด เช่น เรียนเพื่อสนุก ฝึกเขียนโค้ด หรือเตรียมแฟ้มผลงาน เพราะแต่ละเป้าหมายอาจใช้โจทย์และระดับความเข้มข้นต่างกัน
หากต้องใช้ผลงานยื่นสมัครในช่วงเวลาที่กำหนด ให้แจ้งกำหนดส่งกับครูตั้งแต่ต้น เพื่อช่วยประเมินขอบเขตงานที่ทำได้จริง ข้อมูลวัน เวลา และจำนวนที่นั่งอาจเปลี่ยน จึงควรยืนยันโดยตรงก่อนวางแผนเดินทางหรือจัดตารางอื่นของครอบครัว
ผลการเรียนรู้ควรประเมินจากอะไร
การประเมินไม่ได้ดูเพียงว่าเกมมีภาพสวยหรือเล่นได้ยาวเท่าไร แต่ดูว่าผู้เรียนอธิบายแนวคิด วางแผน และแก้ปัญหาด้วยตนเองได้มากขึ้นหรือไม่ ในคอร์ส Unity3D งานชิ้นเล็กที่ผู้เรียนเข้าใจทุกส่วนอาจมีคุณค่ามากกว่างานใหญ่ที่อธิบายไม่ได้ ครูและผู้ปกครองอาจดูหลักฐานหลายช่วง เช่น ภาพต้นแบบ บันทึกการทดสอบ โค้ดที่ปรับแก้ และคำอธิบายว่าครั้งถัดไปอยากพัฒนาอะไร
หากเป้าหมายคือ Portfolio ควรวางแผนว่าผลงานจะตอบคำถามอะไร ผู้เรียนสนใจเรื่องใด และมีเวลาเตรียมตัวเท่าไร เก็บหลักฐานสม่ำเสมอระหว่างทำงาน ดีกว่าพยายามรวบรวมทุกอย่างก่อนวันส่งไม่นาน ความคืบหน้าแตกต่างกันตามพื้นฐาน การฝึก และการร่วมมือกับครู จึงไม่ควรรับประกันว่าจะได้ชิ้นงานรูปแบบเดียวกันทุกคน
จะต่อยอดหลังจบโปรเจกต์แรกอย่างไร
เมื่อเกมแรกเล่นได้ ผู้เรียนสามารถเลือกพัฒนาต่ออย่างมีเป้าหมาย เช่น ปรับประสบการณ์ผู้เล่น เพิ่มระบบคะแนน ทำฉากใหม่ หรือทดลองเทคนิคด้านภาพและเสียง การเลือกเพียงหนึ่งประเด็นต่อรอบช่วยให้เห็นผลของการแก้ไขได้ชัด ในการเรียน Unity3D ระยะยาว ผู้เรียนอาจสนใจงานออกแบบเกม งานเขียนโปรแกรม งานสร้างโมเดล หรือการทดสอบเกม แต่ละเส้นทางใช้ทักษะต่างกันและควรเลือกตามความชอบจริง
การนำงานไปให้ผู้อื่นลองเล่นและรับความคิดเห็นเป็นโอกาสฝึกสื่อสาร ผู้เรียนอาจเล่าว่าเคยทำอะไร ไม่สำเร็จตรงไหน และเปลี่ยนแนวทางอย่างไร หากต้องการศึกษาด้วยตัวเองเพิ่มเติม ควรเริ่มจากคู่มือทางการและโจทย์ขนาดเล็ก ฝึกสม่ำเสมอมากกว่าข้ามไปทำระบบซับซ้อนทันที ครูสามารถช่วยชี้จุดที่ควรฝึกต่อจากผลงานที่ทำมาแล้ว
ก่อนเริ่มคอร์ส ควรแจ้ง เป้าหมาย พื้นฐาน โครงงานเดิม เวลาที่ฝึกได้ และกำหนดส่ง Portfolio ให้ครูทราบ เพื่อร่วมกันเลือกโจทย์ที่เหมาะสม ระหว่างเรียนควรเก็บ ไฟล์งาน ภาพขั้นตอน บันทึกปัญหา และผลทดลองไว้เป็นลำดับ เมื่อมีคำถาม ให้ระบุสิ่งที่คาดหวัง สิ่งที่เกิดขึ้นจริง และวิธีที่ลองแก้แล้ว ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คำแนะนำตรงจุด และทำให้ผู้เรียนเห็นพัฒนาการของตนเองอย่างชัดเจน
คำถามที่พบบ่อย
ไม่เคยใช้โปรแกรมสร้างเกมมาก่อน เรียนได้ไหม?
หากมีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมหรือเคยสร้างเกมมาบ้าง สามารถสอบถามครูเพื่อประเมินจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมได้ ครูปรับระดับโจทย์ตามพื้นฐานผู้เรียน
คอร์สนี้ช่วยเตรียม Portfolio อย่างไร?
ผู้เรียนฝึกพัฒนาเกมของตนเองและเก็บหลักฐานกระบวนการ เช่น ภาพหน้าจอ แนวคิดการออกแบบ ตัวอย่าง C# Script และการแก้ปัญหา เพื่อนำไปคัดเลือกจัดแฟ้มผลงาน
ต้องใช้อุปกรณ์อะไร?
ควรมีคอมพิวเตอร์ Windows สเปกปานกลางขึ้นไปและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ติดต่อครูเพื่อยืนยันความเหมาะสมของเครื่องก่อนเริ่มเรียน
เรียนกี่ครั้ง และมีทดลองเรียนหรือไม่?
เรียนวันอาทิตย์ ครั้งละ 2 ชั่วโมง เลือกสอบถามรอบ 09:00–11:00 น., 11:00–13:00 น. หรือ 14:00–16:00 น. เรียน 14 ครั้ง × 2 ชั่วโมง (รวม 28 ชั่วโมง) และแนะนำให้ทดลองเรียนก่อนสมัคร กรุณายืนยันวันเริ่มคอร์สและรอบเรียนปัจจุบันกับทีม
พร้อมเริ่มสร้างเกมของตัวเองแล้วหรือยัง?
ปรึกษาครูเรื่องพื้นฐานผู้เรียน การเตรียมคอมพิวเตอร์ และแนวทางสร้างผลงานเพื่อ Portfolio ได้ก่อนสมัคร Raise Genius School มีประสบการณ์สอนเด็กและเยาวชนมากกว่า 12 ปี
สอบถามคอร์สสร้างเกม 3D →