อยากสอบติดวิศวะหุ่นยนต์หรือ AI รอบพอร์ต ต้องเตรียม Portfolio อะไรบ้าง
ถ้าน้องกำลังจะยื่นรอบพอร์ตคณะวิศวกรรมหุ่นยนต์ วิศวะแมคคาทรอนิกส์ หรือคณะ AI/วิทยาการคอมพิวเตอร์ สิ่งที่ต้องเตรียม Portfolio หุ่นยนต์และ AI ให้ครบคือ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ผลงานโครงงานที่ลงมือทำจริง (ไม่ใช่แค่ทฤษฎี), ผลการแข่งขันหรือกิจกรรมที่เข้าร่วม และการเรียบเรียงนำเสนอให้ตรงกับคุณสมบัติที่คณะนั้นๆ ต้องการ ยิ่งมีผลงานสะสมต่อเนื่องหลายปีตั้งแต่ ม.ต้น ยิ่งได้เปรียบกว่าคนที่เพิ่งเริ่มทำตอน ม.6
ทำไมรอบพอร์ตถึงสำคัญมากสำหรับสายวิศวะหุ่นยนต์และ AI
คณะวิศวะหุ่นยนต์ แมคคาทรอนิกส์ หรือ AI เป็นศาสตร์ที่ต้องเรียนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติหนักมากในเวลาจำกัด 4 ปี มหาวิทยาลัยจึงอยากรู้ก่อนรับเข้าว่าเด็กคนนี้ชอบและถนัดจริงไหม ไม่ใช่แค่ทำคะแนนสอบได้ดี เพราะถ้าเข้ามาเรียนแล้วไม่ไหว โอกาสรีไทร์หรือซิ่วก็สูง รอบพอร์ตจึงถูกออกแบบมาคัดกรองจากผลงานจริงที่เด็กสะสมมา แทนที่จะดูแค่คะแนนสอบอย่างเดียว
Portfolio ที่ใช้ยื่นคณะวิศวะหุ่นยนต์/AI ต้องมีอะไรบ้าง
จากประสบการณ์ที่ครูดูแลนักเรียนมาหลายรุ่น Portfolio ที่กรรมการมองแล้ว “อ่านออก” ว่าเด็กคนนี้ใช่ตัวจริง จะมี 4 องค์ประกอบนี้ครบ
- ข้อมูลตัวตน ความถนัดและความสนใจที่ชัดเจน ไม่ต้องเขียนยาว แต่ต้องเห็นเส้นทางว่าสนใจด้านนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่
- ผลงานโครงงานที่ลงมือประดิษฐ์หรือเขียนโค้ดจริง พร้อมรูปถ่ายและวิดีโอสั้นๆ ประกอบ
- รางวัลหรือกิจกรรมการแข่งขันที่เข้าร่วม แม้ไม่ได้แชมป์ก็ใส่ได้ เพราะกรรมการสนใจว่าเด็กลงสนามจริงมากกว่า
- การเรียบเรียงนำเสนอให้ตรงกับคุณสมบัติที่คณะต้องการ (เช่น บางคณะเน้น AI มากกว่าเครื่องกล ก็ต้องเลือกเล่าโครงงานที่ตรงจุด)
เริ่มเตรียม Portfolio ตอนไหนดี
คำตอบตรงๆ คือเริ่มได้ตั้งแต่ ม.ต้น ไม่ต้องรอถึง ม.5-ม.6 เพราะ Portfolio ที่มีผลงานย้อนหลังต่อเนื่องหลายปีจะน่าเชื่อถือกว่าการทำโครงงานเดียวตอนใกล้สอบ ครูมักแนะนำผู้ปกครองว่าให้ลูกได้ลองผิดลองถูกกับโครงงานหุ่นยนต์หรือ Coding จริงๆ ตั้งแต่เนิ่นๆ ค่อยๆ สะสมความมั่นใจไปทีละโครงงาน แล้วพอถึงช่วง ม.ปลายค่อยคัดเลือกผลงานที่ดีที่สุดมาเรียบเรียงลง Portfolio
และอีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลยคือเด็กๆ ต้องหาข้อมูลประกาศรับสมัครของแต่ละมหาวิทยาลัยด้วยตัวเองล่วงหน้า เพราะแต่ละคณะแต่ละรอบมีเงื่อนไขต่างกัน ดูได้จากเว็บประกาศของมหาวิทยาลัยนั้นๆ หรือระบบ TCAS ของ ทปอ. โดยตรง
คอร์สไหนช่วยสร้างผลงานลง Portfolio ได้บ้าง
ที่ Raise Genius School มีคอร์สที่ออกแบบมาให้นักเรียนได้ลงมือทำโครงงานจริงและฝึกนำเสนอผลงาน ซึ่งใช้ใส่ Portfolio หุ่นยนต์และ AI ได้โดยตรง
- Raise IOTBot & AI — ประดิษฐ์โครงงาน Internet of Things และ AI จริง ราคา 9,900 บาท
- Entrepreneurial Maker Course — ประดิษฐ์โครงงานอัตโนมัติพร้อมฝึกนำเสนอผลงานแบบเจ้าของธุรกิจ ราคา 15,900 บาท
- Unity3D Game Maker — เหมาะกับน้อง ม.ปลายที่อยากได้ผลงานสาย Coding/Programming ใส่พอร์ต ราคา 9,900 บาท
- คอร์สอบรมเตรียมทีมแข่งขันหุ่นยนต์ FLL, WRO — สร้างผลงานระดับการแข่งขันจริงใส่ Portfolio ได้

ตัวอย่างจริงที่สอบติดด้วยรอบพอร์ต
ศิษย์เก่าของ Raise Genius School ที่เตรียม Portfolio จากโครงงานและกิจกรรมที่เรียนมา สอบติดคณะวิศวกรรมหลายสถาบัน รวมถึงสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ด้วยรอบ Portfolio โดยตรง และล่าสุดน้องอัลฟา ศิษย์เก่าอีกคน สอบติด ISE (International School of Engineering) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ ranking 5 พร้อมทุนการศึกษา 100% ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ยืนยันว่าการเริ่มสะสมผลงานจริงจังตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยได้จริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี
ถ้าอยากอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมตัวรอบพอร์ตและคำถามที่พบบ่อย ครูมีบทความ ถอดรหัส ความสำเร็จนักเรียนรอบพอร์ต ที่รวบรวมไว้ให้อ่านเพิ่มเติมด้วยนะคะ


